ความก้าวหน้าของ Long-context LLMs และการพัฒนา KV Cache เปิดมิติใหม่ด้านเทคโนโลยี AI

ติดตามความก้าวหน้าของ Long-context LLMs ที่รองรับ context window ขนาด 128K ถึง 10M tokens พร้อมการพัฒนา KV Cache ผ่านเทคโนโลยีอย่าง PagedAttention และ RadixAttention เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล

ความก้าวหน้าของ Long-context LLMs และการพัฒนา KV Cache เปิดมิติใหม่ด้านเทคโนโลยี AI

Key takeaway

  • Long-context LLMs สามารถรองรับ context window ขนาดใหญ่ถึง 10M tokens ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น เช่น การวิเคราะห์โค้ดทั้ง repository และการตอบคำถามจากเอกสารยาว
  • การพัฒนา KV Cache Optimization ผ่านเทคโนโลยีอย่าง PagedAttention, RadixAttention และ CacheBlend ช่วยแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้หน่วยความจำ
  • SCBench เครื่องมือใหม่จาก Microsoft และ University of Surrey ช่วยประเมินประสิทธิภาพ long-context methods ใน 4 ด้านหลัก พบว่าวิธีการแบบ O(n) มีประสิทธิภาพดีกว่า sub-O(n) โดยเฉพาะในการโต้ตอบแบบ multi-turn

เทคโนโลยี Long-context LLMs กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ AI ด้วยความสามารถในการรองรับ context window ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 128K ถึง 10M tokens ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการวิเคราะห์โค้ดทั้ง repository การตอบคำถามจากเอกสารขนาดยาว และการเรียนรู้แบบ many-shot in-context

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการจัดการประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้หน่วยความจำระหว่าง inference ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคการ Optimize ผ่าน Key-Value (KV) cache โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ PagedAttention, RadixAttention และ CacheBlend

ล่าสุด ทีมวิจัยจาก Microsoft และ University of Surrey ได้พัฒนา SCBench ซึ่งเป็นเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพ long-context methods ใน LLMs โดยมุ่งเน้นที่การวิเคราะห์ KV cache ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การสร้าง การบีบอัด การเรียกคืน และการโหลดข้อมูล

ผลการศึกษาพบว่า วิธีการที่ใช้หน่วยความจำแบบ O(n) ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าแบบ sub-O(n) โดยเฉพาะในการโต้ตอบแบบ multi-turn ขณะที่โมเดลไฮบริด SSM-attention และ Gated linear models ยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ

การวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาวิธีการประเมินที่ครอบคลุมทั้งการใช้งานแบบ single-turn และ multi-turn เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น

#AI #MachineLearning #LLM #NLP #TechNews

Why it matters

💡 บทความนี้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดของเทคโนโลยี Long-context LLMs และ KV Cache ที่กำลังเปลี่ยนโฉมวงการ AI ผู้อ่านจะได้เข้าใจถึงความสามารถใหม่ของ AI ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 128K ถึง 10M tokens พร้อมทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการ Optimize ประสิทธิภาพผ่าน KV cache และเครื่องมือประเมินผล SCBench ที่พัฒนาโดย Microsoft ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนา AI ในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.marktechpost.com/2024/12/18/microsoft-ai-introduces-scbench-a-comprehensive-benchmark-for-evaluating-long-context-methods-in-large-language-models/?utm_source=flipboard&utm_content=topic%2Fartificialintelligence

Read more

วุฒิสมาชิกเรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับของเล่น AI จากผู้ผลิตชั้นนำ

news

วุฒิสมาชิกเรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับของเล่น AI จากผู้ผลิตชั้นนำ

วุฒิสมาชิก Blackburn และ Blumenthal เรียกร้องข้อมูลจากผู้ผลิตของเล่น AI รายใหญ่ 6 บริษัท เกี่ยวกับนโยบายการแชร์ข้อมูล การทดสอบผลกระทบต่อเด็ก และมาตรการป้องกันเนื้อหาไม่เหมาะสม หลังพบว่าของเล่นบางชิ้นมีส่วนร่วมในการสนทนาที่มีเนื้อหาทางเพศ

By
คนทำงานมากขึ้นใช้ AI แต่ไม่รู้ว่านายจ้างใช้ด้วยหรือไม่ - ทำไมนี่จึงเป็นปัญหา

news

คนทำงานมากขึ้นใช้ AI แต่ไม่รู้ว่านายจ้างใช้ด้วยหรือไม่ - ทำไมนี่จึงเป็นปัญหา

การสำรวจล่าสุดจาก Gallup พบว่า 45% ของคนทำงานใช้ AI อย่างน้อยปีละครั้ง แต่เกือบ 1 ใน 4 ไม่ทราบว่าองค์กรของตนมีการนำ AI มาใช้หรือไม่ สะท้อนช่องว่างการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน ขณะที่การใช้ AI ในแต่ละอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

By
Nvidia เปิดตัวตระกูลโมเดล Nemotron-3 ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แบบโอเพนซอร์ส

news

Nvidia เปิดตัวตระกูลโมเดล Nemotron-3 ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แบบโอเพนซอร์ส

Nvidia เปิดตัวตระกูลโมเดล Nemotron-3 แบบโอเพนซอร์ส พร้อมเครื่องมือและข้อมูลสำหรับพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับบริบทยาว 1 ล้านโทเค็น และมาพร้อม Reinforcement Learning Gyms เพื่อสร้าง AI เฉพาะทาง

By
OpenAI ประกาศอัปเกรด ChatGPT Images ด้วย 'ความเร็วในการสร้างภาพเร็วขึ้น 4 เท่า'

news

OpenAI ประกาศอัปเกรด ChatGPT Images ด้วย 'ความเร็วในการสร้างภาพเร็วขึ้น 4 เท่า'

OpenAI ประกาศอัปเกรด ChatGPT Images ครั้งใหญ่ ด้วยความเร็วในการสร้างภาพเพิ่มขึ้น 4 เท่า พร้อมปรับปรุงความแม่นยำในการตอบสนองคำสั่งและการแก้ไขภาพ หลังจาก Sam Altman ประกาศสถานการณ์ "code red" เพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพ

By