เยอรมนีขอให้ Apple และ Google ถอดแอป DeepSeek AI ออกเนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

เยอรมนีเรียกร้องให้ถอดแอป DeepSeek AI จาก app store หลังพบปัญหาการส่งข้อมูลผู้ใช้ไปจีน สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางการต่อต้านจากหลายประเทศทั่วโลก

เยอรมนีขอให้ Apple และ Google ถอดแอป DeepSeek AI ออกเนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

Key takeaway

  • เยอรมนีขอให้ Apple และ Google ถอดแอป DeepSeek AI เนื่องจากความกังวลเรื่องการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บนเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีน ซึ่งอาจถูกเข้าถึงได้ภายใต้กฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของจีน
  • หลายประเทศได้ดำเนินมาตรการต่อต้าน DeepSeek แล้ว เช่น อิตาลีและเกาหลีใต้ถอดแอปออกจาก app store เนเธอร์แลนด์ห้ามใช้บนอุปกรณ์ของรัฐบาล และสหรัฐฯกำลังร่างกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐใช้ AI จากจีน
  • DeepSeek ไม่สามารถแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าข้อมูลของผู้ใช้ชาวเยอรมันได้รับการคุ้มครองในระดับที่เทียบเท่ามาตรฐานของสหภาพยุโรป แม้จะได้รับการร้องขอจากหน่วยงานกำกับดูแลของเยอรมนีแล้ว

เยอรมนีเป็นประเทศล่าสุดที่ดำเนินมาตรการต่อต้าน DeepSeek ท่ามกลางความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น นี่คือสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในหลายประเทศ

ปัญหาหลักเกี่ยวข้องกับจีน

เมื่อ DeepSeek สร้างกระแสในระดับโลกช่วงต้นปีนี้ ไม่นานก็กลายเป็นเป้าหมายของรัฐบาลประเทศตะวันตก

ประการแรก ผู้ใช้พบว่าโมเดล AI ของแอปนี้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของจีนและรัฐบาลจีน

ประการที่สอง และมีความสำคัญมากกว่า นโยบายความเป็นส่วนตัวของ DeepSeek ระบุชัดเจนว่าแอปมีการจัดเก็บคำสั่งของผู้ใช้ ไฟล์ที่อัปโหลด และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ บนเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางภายใต้กฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของประเทศ

สถานการณ์นี้สร้างความกังวลไปทั่วโลก โดยอิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ลบ DeepSeek ออกจาก app store ในประเทศ ตามมาด้วยเกาหลีใต้ ส่วนในเนเธอร์แลนด์มีการห้ามใช้บนอุปกรณ์ของรัฐบาล เบลเยียมแนะนำให้เจ้าหน้าที่รัฐหลีกเลี่ยงการใช้งาน และองค์กรผู้บริโภคชั้นนำของสเปนได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

ในขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกากำลังร่างกฎหมายเพื่อห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางใช้ AI ที่พัฒนาในจีน โดยมีวุฒิสมาชิกบางคนถึงกับเสนอบทลงโทษจำคุกสำหรับผู้ที่ใช้งาน

เยอรมนีร่วมออกมาตรการ

ในสัปดาห์นี้ หน่วยงานกำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลระดับสูงของเยอรมนีได้ขอให้ Apple และ Google ถอดแอป DeepSeek ออกจาก app store โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังจีนอย่างผิดกฎหมาย

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (รายงานโดย Reuters) Meike Kamp ผู้ดำรงตำแหน่ง คณะกรรมาธิการสหพันธ์เบอร์ลินด้านการคุ้มครองข้อมูลและเสรีภาพด้านข้อมูล กล่าวว่า DeepSeek ไม่สามารถให้หลักประกันเพียงพอว่าข้อมูลผู้ใช้ได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานที่เทียบเท่ากับมาตรฐานในสหภาพยุโรป:

"DeepSeek ไม่สามารถให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือแก่หน่วยงานของฉันว่าข้อมูลของผู้ใช้ชาวเยอรมันได้รับการคุ้มครองในจีนในระดับที่เทียบเท่ากับในสหภาพยุโรป"

สำนักงานของ Kamp ก่อนหน้านี้ได้ขอให้ DeepSeek ปฏิบัติตามข้อกำหนดการถ่ายโอนข้อมูลของ EU หรือถอนแอปโดยสมัครใจ แต่บริษัทไม่ได้ดำเนินการตามคำขอดังกล่าว

ควรสังเกตว่าในขณะที่โมเดล open-source แบบใช้งานในเครื่องของ DeepSeek สามารถปรับแต่งหรือกำจัดอคติที่มุ่งเน้นจีนได้ไม่ยาก แต่กรณีของแอปและเว็บไซต์นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากทั้งสองช่องทางใช้เวอร์ชันที่โฮสต์และควบคุมทั้งหมดโดยบริษัท

สำหรับคำขอให้ถอดแอปนั้น Google แจ้งกับ Reuters ว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ส่วน Apple ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น

Why it matters

💡 ข่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลระดับโลกเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลโดย AI จากจีน กรณี DeepSeek เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความขัดแย้งระหว่างนวัตกรรม AI กับความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศมหาอำนาจอย่างเยอรมนีออกมาดำเนินการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการใช้งาน AI ในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://9to5mac.com/2025/06/27/germany-asks-apple-and-google-to-pull-deepseek-ai-app/

Read more

กล้องอัจฉริยะด้วย AI ของ Logitech ปฏิวัติการแสดงผลห้องประชุมขนาดใหญ่ในการประชุมวิดีโอ

news

กล้องอัจฉริยะด้วย AI ของ Logitech ปฏิวัติการแสดงผลห้องประชุมขนาดใหญ่ในการประชุมวิดีโอ

Logitech นำเสนอโซลูชันใหม่ด้วย Rally AI Camera และ Rally AI Camera Pro ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยแก้ปัญหาการประชุมในห้องขนาดใหญ่ ด้วยระบบจัดเฟรมอัจฉริยะ RightSight 2 ที่ปรับมุมมองตามสถานการณ์ เพื่อให้การประชุมแบบไฮบริดมีความเท่าเทียมมากขึ้น

By
Resolve AI ระดมทุน $125 ล้านด้วยมูลค่า $1 พันล้าน เพื่อพัฒนาระบบบำรุงรักษาแอปพลิเคชันอัตโนมัติ

news

Resolve AI ระดมทุน $125 ล้านด้วยมูลค่า $1 พันล้าน เพื่อพัฒนาระบบบำรุงรักษาแอปพลิเคชันอัตโนมัติ

Resolve AI สตาร์ทอัพที่พัฒนาแพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันอัตโนมัติ ระดมทุน Series A มูลค่า $125 ล้าน จาก Lightspeed และพันธมิตร ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่า $1 พันล้าน เงินทุนจะถูกใช้ขยายทีมและพัฒนาโมเดล AI แบบกำหนดเอง

By
นักวิจัยเผยผู้บุกรุก AWS ได้รับสิทธิ์ admin ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ด้วยความช่วยเหลือจาก AI

news

นักวิจัยเผยผู้บุกรุก AWS ได้รับสิทธิ์ admin ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ด้วยความช่วยเหลือจาก AI

ผู้บุกรุกใช้ AI เจาะระบบคลาวด์ AWS ได้สิทธิ์แอดมินภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที โดยขโมย credentials จาก S3 buckets สาธารณะ ยกระดับสิทธิ์ผ่าน Lambda function และเข้าถึงทรัพยากร AI ของเหยื่อ กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามใหม่ที่ใช้ AI ช่วยโจมตี

By
จาก Clawdbot สู่ Moltbot: AI Agent นี้ไวรัลและเปลี่ยนตัวตนใหม่ภายใน 72 ชั่วโมงได้อย่างไร

news

จาก Clawdbot สู่ Moltbot: AI Agent นี้ไวรัลและเปลี่ยนตัวตนใหม่ภายใน 72 ชั่วโมงได้อย่างไร

ติดตามเรื่องราวของ Moltbot ผู้ช่วย AI โอเพนซอร์สที่ต้องเปลี่ยนชื่อจาก Clawdbot หลังปัญหาเครื่องหมายการค้ากับ Anthropic เจ้าของ Claude AI พร้อมเรียนรู้คุณสมบัติเด่นที่ทำให้ผู้ช่วย AI นี้น่าสนใจ ทั้งหน่วยความจำถาวร การแจ้งเตือนเชิงรุก และความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ

By