Anthropic CEO ตั้งเป้าเปิดเผยการทำงานภายในของโมเดล AI ภายในปี 2027

Dario Amodei CEO Anthropic ประกาศเป้าหมายทำความเข้าใจการทำงานภายในของ AI ภายในปี 2027 พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบโมเดล AI เสมือนการทำ MRI เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

Anthropic CEO ตั้งเป้าเปิดเผยการทำงานภายในของโมเดล AI ภายในปี 2027

Key takeaway

  • Anthropic ตั้งเป้าที่จะเข้าใจการทำงานภายในของโมเดล AI (Mechanistic Interpretability) ให้ได้ภายในปี 2027 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนการทำ "brain scans" หรือ "MRIs" เพื่อตรวจสอบการทำงานของ AI
  • บริษัทได้ค้นพบวิธีการติดตามเส้นทางความคิดของ AI ผ่าน "circuits" แต่ยังพบเพียงไม่กี่ชิ้นจากที่มีอยู่หลายล้านภายในโมเดล และกำลังผลักดันให้เกิดความร่วมมือในอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับ AI
  • Anthropic มีจุดยืนที่แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของ AI เป็นหลัก และสนับสนุนการออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัย AI รวมถึงการควบคุมการส่งออกชิปไปยังประเทศจีน

Dario Amodei CEO ของ Anthropic ได้เผยแพร่บทความเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำความเข้าใจการทำงานภายในของโมเดล AI ชั้นนำของโลก ในบทความ "The Urgency of Interpretability" Amodei ได้ตั้งเป้าหมายท้าทายให้ Anthropic สามารถตรวจจับปัญหาของโมเดล AI ส่วนใหญ่ได้อย่างน่าเชื่อถือภายในปี 2027

"ผมกังวลมากเกี่ยวกับการนำระบบเหล่านี้ไปใช้โดยที่เรายังไม่เข้าใจความสามารถในการตีความได้ดีพอ" Amodei เขียน "ระบบเหล่านี้จะเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศ และจะมีความสามารถในการทำงานโดยอัตโนมัติมากจนผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ที่มนุษยชาติจะไม่รู้เลยว่าพวกมันทำงานอย่างไร"

Anthropic เป็นผู้บุกเบิกด้าน mechanistic interpretability ซึ่งเป็นสาขาที่มุ่งเปิดกล่องดำของโมเดล AI เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของระบบเหล่านี้ แม้ว่าประสิทธิภาพของโมเดล AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่เรายังคงเข้าใจน้อยมากว่าระบบเหล่านี้มาถึงคำตอบได้อย่างไร

ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ OpenAI เปิดตัวโมเดล AI ด้านการให้เหตุผลใหม่ o3 และ o4-mini ซึ่งแม้จะมีประสิทธิภาพดีกว่าในบางงาน แต่กลับสร้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง (hallucinate) มากกว่าโมเดลอื่นๆ โดยที่บริษัทเองก็ไม่ทราบสาเหตุ

Amodei อ้างถึง Chris Olah ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic ที่กล่าวว่าโมเดล AI "เติบโตมากกว่าถูกสร้าง" นั่นคือนักวิจัย AI ได้พบวิธีปรับปรุงความฉลาดของโมเดล แต่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจึงได้ผลเช่นนั้น

Amodei เตือนว่าอาจเป็นอันตรายที่จะบรรลุ AGI (Artificial General Intelligence) หรือที่เขาเรียกว่า "ประเทศของอัจฉริยะในศูนย์ข้อมูล" โดยไม่เข้าใจว่าโมเดลเหล่านี้ทำงานอย่างไร โดยในบทความก่อนหน้านี้ เขาคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2026 หรือ 2027

ในระยะยาว Anthropic ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนการทำ "brain scans" หรือ "MRIs" ของโมเดล AI สมัยใหม่ การตรวจสอบเหล่านี้จะช่วยระบุปัญหาต่างๆ ในโมเดล AI รวมถึงแนวโน้มที่จะโกหกหรือแสวงหาอำนาจ แม้ว่าอาจต้องใช้เวลา 5-10 ปีในการพัฒนา แต่มาตรการเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการทดสอบและนำโมเดล AI ในอนาคตไปใช้อย่างปลอดภัย

Anthropic ได้มีความก้าวหน้าในการวิจัยที่ช่วยให้เข้าใจการทำงานของโมเดล AI ได้ดีขึ้น บริษัทค้นพบวิธีติดตามเส้นทางความคิดของโมเดล AI ผ่านสิ่งที่เรียกว่า "circuits" เช่น การระบุ circuit ที่ช่วยให้โมเดล AI เข้าใจว่าเมืองใดในสหรัฐฯ ตั้งอยู่ในรัฐใด อย่างไรก็ตาม บริษัทพบ circuits เพียงไม่กี่ชิ้น จากที่ประมาณการว่ามีอยู่หลายล้านภายในโมเดล AI

นอกจากการลงทุนวิจัยด้วยตนเองแล้ว Anthropic ยังได้ลงทุนในสตาร์ทอัพที่ทำงานด้านการตีความ โดย Amodei เชื่อว่าในอนาคต ความสามารถในการอธิบายว่าโมเดล AI มาถึงคำตอบได้อย่างไรอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการค้า

ในบทความดังกล่าว Amodei ยังเรียกร้องให้ OpenAI และ Google DeepMind เพิ่มความพยายามในการวิจัยด้านนี้ พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลกำหนดกฎระเบียบ "light-touch" เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านการตีความ เช่น การกำหนดให้บริษัทเปิดเผยแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยและความมั่นคง นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนให้สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีน เพื่อจำกัดโอกาสที่จะเกิดการแข่งขัน AI ที่ควบคุมไม่ได้ในระดับโลก

Anthropic มักโดดเด่นจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยการเน้นเรื่องความปลอดภัย ขณะที่บริษัทอื่นต่อต้านร่างกฎหมายความปลอดภัย AI แคลิฟอร์เนีย SB 1047 Anthropic กลับออกมาสนับสนุน โดยร่างกฎหมายนี้จะกำหนดมาตรฐานการรายงานความปลอดภัยสำหรับผู้พัฒนาโมเดล AI ระดับสูง

ด้วยแนวทางนี้ Anthropic กำลังผลักดันให้เกิดความร่วมมือทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อทำความเข้าใจโมเดล AI ให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยีเท่านั้น

Why it matters

💡 บทความนี้นำเสนอมุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับความท้าทายด้านความปลอดภัยของ AI จาก CEO ของ Anthropic ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้าน AI ของโลก โดยเฉพาะประเด็นการทำความเข้าใจการทำงานภายในของ AI ที่ยังเป็น "กล่องดำ" ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ถึงแนวทางการแก้ปัญหานี้ผ่านการวิจัยด้าน mechanistic interpretability และวิสัยทัศน์ของผู้นำในวงการ AI ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของเทคโนโลยี AI โดยตรง

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://techcrunch.com/2025/04/24/anthropic-ceo-wants-to-open-the-black-box-of-ai-models-by-2027/

Read more

Sam Altman ยอมรับว่า OpenAI ไม่สามารถควบคุมการใช้ AI ของ Pentagon ได้

news

Sam Altman ยอมรับว่า OpenAI ไม่สามารถควบคุมการใช้ AI ของ Pentagon ได้

Sam Altman CEO ของ OpenAI ยอมรับต่อพนักงานว่าบริษัทไม่สามารถควบคุมการใช้เทคโนโลยี AI ของ Pentagon ได้ ท่ามกลางการอภิปรายเข้มข้นเรื่องจริยธรรม AI ทางทหารและการที่ Anthropic ปฏิเสธข้อตกลงกับ Pentagon

By
Dyna.Ai ระดมทุน Series A หลักแปดหลัก ชูเทคโนโลยี Agentic AI เพื่อภาคการเงิน

news

Dyna.Ai ระดมทุน Series A หลักแปดหลัก ชูเทคโนโลยี Agentic AI เพื่อภาคการเงิน

Dyna.Ai บริษัท AI-as-a-Service จากสิงคโปร์ ปิดรอบ Series A หลักแปดหลัก นำโดย Lion X Ventures เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Agentic AI สำหรับสถาบันการเงิน แก้ปัญหาโครงการนำร่อง AI ที่ไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้

By
อดีตผู้สมัครประธานาธิบดีเตือน AI จะทำให้เกิด 'Jobpocalypse' ในหมู่พนักงาน White-collar ภายใน 18 เดือน

news

อดีตผู้สมัครประธานาธิบดีเตือน AI จะทำให้เกิด 'Jobpocalypse' ในหมู่พนักงาน White-collar ภายใน 18 เดือน

Andrew Yang เตือน AI จะก่อให้เกิด "jobpocalypse" ทำให้พนักงาน white-collar หลายล้านคนตกงานใน 12-18 เดือนข้างหน้า เนื่องจาก AI สามารถทำงานที่ต้องใช้สติปัญญาได้ในไม่กี่วินาที

By
Anthropic ปรับเปลี่ยนนโยบายความปลอดภัย AI หันมาใช้มาตรการป้องกันแบบใหม่

news

Anthropic ปรับเปลี่ยนนโยบายความปลอดภัย AI หันมาใช้มาตรการป้องกันแบบใหม่

Anthropic ผู้พัฒนา Claude ยกเลิกนโยบายเดิมที่จะไม่เปิดตัว AI ขั้นสูงจนกว่าจะรับประกันความปลอดภัยล่วงหน้า หันมาใช้ Responsible Scaling Policy ใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่า

By