Amazon มองหาทางเลือก AI ที่ถูกกว่า หลัง Anthropic เตรียมปรับใช้ระบบ Token-Based Pricing
Amazon เร่งหา AI ทางเลือกที่ถูกกว่า หลังพบว่า Anthropic เตรียมเปลี่ยนระบบเรียกเก็บเงินเป็นแบบ Token-Based Pricing ในปีหน้า พร้อมเปิดรับ OpenAI เข้ามาแทนที่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นระหว่างสองบริษัท
Key takeaway
- Amazon เริ่มสำรวจ AI Models ทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่า รวมถึง OpenAI หลังการเจรจาสัญญาใหม่กับ Anthropic เผยแผนเปลี่ยนระบบเรียกเก็บเงินเป็นแบบ Per-Token Pricing ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุน AI ของ Amazon พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Kiro, Quick และ Alexa for Shopping ล้วนพึ่งพา Claude Models ทั้งสิ้น
- ความสัมพันธ์ระหว่าง Amazon และ Anthropic ตึงเครียดมากขึ้นจากเหตุการณ์ Fable 5 ที่ Andy Jassy รายงานต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า Model ดังกล่าวถูกใช้สืบค้นข้อมูลด้าน Cyberattacks ซึ่งมีจังหวะตรงกับช่วงที่ Amazon กำลังพัฒนา Cybersecurity AI Agent ของตนเอง ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงผลประโยชน์ทับซ้อน
- Anthropic เองก็เร่งกระจายความเสี่ยงด้วยการผูกพันการใช้จ่ายมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์บน Google Cloud ระยะ 5 ปี บ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างลดการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้มีแนวโน้มจะปรับโครงสร้าง Competitive Landscape ของวงการ AI ในระยะอันใกล้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Amazon เริ่มสำรวจทางเลือก AI รายอื่น รวมถึง OpenAI หลังการเจรจาสัญญาใหม่กับ Anthropic เผยแผนเปลี่ยนระบบเรียกเก็บเงินเป็นแบบ Per-Token Pricing ในปีหน้า ซึ่งอาจผลักดันต้นทุนด้าน AI ของบริษัทให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานจาก The Information เปิดเผยว่า Amazon กำลังเร่งค้นหา AI Models ที่มีต้นทุนต่ำกว่า Claude Models ของ Anthropic หลังจากการเจรจาต่อรองสัญญาฉบับใหม่เผยให้เห็นว่าระบบการเรียกเก็บเงินจะถูกเปลี่ยนเป็นแบบ Token-Based Pricing ในปีหน้า แม้ว่าโครงสร้างราคาดังกล่าวจะยังไม่มีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ แต่ Amazon ก็เริ่มสำรวจตัวเลือกต่าง ๆ อย่างจริงจัง รวมถึงการเปิดรับ OpenAI เข้ามาเป็นทางเลือก สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างสองบริษัทที่เคยเป็นพันธมิตรอย่างใกล้ชิดในวงการ AI
การพึ่งพา Claude ที่ฝังรากลึกของ Amazon
ปัจจุบัน Amazon พึ่งพา Claude Models ของ Anthropic อย่างกว้างขวางในผลิตภัณฑ์และบริการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Coding Agent อย่าง Kiro, Workplace Assistant อย่าง Quick ไปจนถึง Consumer-Facing Application อย่าง Alexa for Shopping ล้วนขับเคลื่อนด้วย Anthropic Models ทั้งสิ้น
รายงานของ The Information ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Token-Based Billing จะทำให้ต้นทุนการพึ่งพาดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ Amazon เพิ่งยกเลิก Internal Leaderboard ที่เคยกระตุ้นให้พนักงานใช้งาน AI Token อย่างไม่จำกัดไปก่อนหน้านี้
Amazon เปิดประตูสู่ OpenAI
การแสวงหา AI Models ที่มีต้นทุนต่ำกว่านี้ได้นำพา Amazon เข้าหา OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทที่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นเป็นลำดับอยู่แล้ว ต้นปีที่ผ่านมา Amazon ได้ผูกพันการลงทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ OpenAI โดยเปิดให้ AI Lab รายนี้เข้าถึง Cloud Infrastructure ของตน เพื่อแลกกับสิทธิ์การเข้าถึง Models ต่าง ๆ
ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Amazon เริ่มต้นลงทุนใน Anthropic เป็นครั้งแรกในมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันขยายตัวขึ้นสู่ศักยภาพรวม 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้ว
Anthropic ขยายพันธมิตรสู่ Google Cloud
ในขณะเดียวกัน Anthropic ก็เดินหน้าขยายฐานพันธมิตรของตนออกไปนอกเหนือจาก Amazon เช่นกัน โดยบริษัทได้ผูกพันการใช้จ่ายมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ บน Google Cloud และชิปประมวลผลในระยะเวลาห้าปี ตามรายงานของ The Information ซึ่งส่งผลให้ Google กลายเป็น Infrastructure Partner รายสำคัญคู่ขนานไปกับ AWS
แม้ว่าการลงทุนล่าสุดของ Amazon ใน Anthropic มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะมาพร้อมกับข้อผูกพันการใช้จ่าย AWS แบบ Reciprocal กว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ความตกลงกับ Google ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า Anthropic กำลังกระจายความเสี่ยงออกจากการพึ่งพา Cloud Provider เพียงรายเดียว
เหตุการณ์ Fable 5 จุดชนวนความตึงเครียด
ความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทยิ่งตึงเครียดมากขึ้น เมื่อเดือนที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ Anthropic ปิดการให้บริการ Fable 5 และ Mythos 5 Models หลังจากรับรายงานด้านความปลอดภัยที่มีต้นทางมาจาก Amazon โดย Andy Jassy ถูกรายงานว่าได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า นักวิจัยของ Amazon ใช้งาน Fable 5 เพื่อสืบค้นข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อ Cyberattacks
จังหวะเวลาของเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างคำถามขึ้นมากมาย เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Amazon กำลังเตรียมเปิดตัว Cybersecurity-Focused AI Agent ของตนเองที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับ Vulnerabilities โดยเฉพาะ
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของวงการ AI
เมื่อนำทุกปัจจัยมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทด้านสัญญา การเคลื่อนตัวเข้าหา OpenAI และเหตุการณ์ Fable 5 ล้วนส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Amazon และ Anthropic ได้เข้าสู่ Phase ใหม่ที่มีความเป็นปฏิปักษ์มากขึ้นอย่างชัดเจน
แม้ว่า Amazon จะยังคงเป็นหนึ่งใน Investor และ Cloud Customer รายใหญ่ที่สุดของ Anthropic แต่ทั้งสองบริษัทต่างก็มีแรงจูงใจที่จะลดการพึ่งพาซึ่งกันและกันลง สำหรับวงการ AI ในภาพรวม การแตกหักของ Investor-Model-Provider Partnership ที่โดดเด่นที่สุดคู่นี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการจัดเรียงแนวร่วมใน Competitive Landscape อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคตอันใกล้
Why it matters
💡 ข่าวนี้สำคัญมากสำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ใช้งาน AI ในธุรกิจ เพราะการที่ Amazon เริ่มมองหาทางเลือกนอกเหนือจาก Anthropic สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างต้นทุน AI กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยระบบ Token-Based Pricing ที่อาจผลักดันค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าใจพลวัตของพันธมิตรระหว่าง Amazon, Anthropic และ OpenAI จะช่วยให้ผู้บริหารและทีม IT วางแผนกลยุทธ์การลงทุนด้าน AI ได้อย่างชาญฉลาดและทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้
ข้อมูลอ้างอิงจาก https://thenextweb.com/news/amazon-anthropic-token-pricing-openai-alternative