Condé Nast และ Hearst ทำข้อตกลงอนุญาตให้ Amazon ใช้ข้อมูลสำหรับ AI ชื่อ Rufus

Amazon ลงนามข้อตกลงกับ Condé Nast และ Hearst เพื่อใช้เนื้อหาจากนิตยสารชั้นนำในการพัฒนา Rufus - ผู้ช่วย AI สำหรับการช้อปปิ้ง โดยจะเริ่มให้บริการในช่วงฤดูร้อนนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบ AI เพื่อการค้าปลีก

Condé Nast และ Hearst ทำข้อตกลงอนุญาตให้ Amazon ใช้ข้อมูลสำหรับ AI ชื่อ Rufus

Key takeaway

จากบทความ สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • Condé Nast และ Hearst ได้ทำข้อตกลงกับ Amazon เพื่อให้สิทธิ์ในการใช้เนื้อหาจากสื่อสิ่งพิมพ์ของทั้งสองบริษัท สำหรับระบบ AI ชื่อ Rufus ซึ่งเป็นผู้ช่วยการช้อปปิ้งอัจฉริยะของ Amazon โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานในช่วงฤดูร้อนนี้
  • Rufus เป็นระบบ AI ที่ใช้ LLM (Large Language Model) ที่ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลแคตตาล็อกสินค้าของ Amazon และข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เพื่อช่วยตอบคำถามลูกค้าเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง การเปรียบเทียบสินค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้อง
  • การร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน AI ของ Amazon ที่มีพันธมิตรผู้เผยแพร่เนื้อหามากกว่า 200 ราย โดยเนื้อหาจากสื่อไลฟ์สไตล์อย่าง Condé Nast และ Hearst มีความเหมาะสมอย่างยิ่งเนื่องจากมีโครงสร้างชัดเจน คุณภาพสูง และเชื่อมโยงกับการช้อปปิ้งโดยตรง

Condé Nast และ Hearst ได้ลงนามในข้อตกลงระยะยาวกับ Amazon เพื่ออนุญาตให้ใช้เนื้อหาของพวกเขาสำหรับผู้ช่วยการช้อปปิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ชื่อว่า Rufus

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหกสัปดาห์หลังจากที่ The New York Times เปิดเผยข้อตกลงการอนุญาตใช้ AI ของตนเองกับ Amazon ซึ่งครอบคลุมบทความจาก The Times รวมถึงเนื้อหาจาก NYT Cooking และเว็บไซต์กีฬา The Athletic สำหรับผลิตภัณฑ์ AI ของยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ

โฆษกของ Hearst ยืนยันว่าบริษัทได้ทำข้อตกลงการอนุญาตใช้ AI กับ Amazon สำหรับเนื้อหาที่จะใช้ใน Rufus โดยครอบคลุมทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารของบริษัท อาทิ Good Housekeeping, Cosmopolitan และ Harper's Bazaar ขณะที่ Condé Nast ก็ยืนยันการมีข้อตกลงในลักษณะเดียวกัน

แม้เงื่อนไขของข้อตกลงทั้งสองไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่คาดว่าการใช้งานเนื้อหาครั้งแรกบน Rufus จะเริ่มในช่วงฤดูร้อนนี้

Rufus คือผู้ช่วยการช้อปปิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย LLM ของ Amazon ที่ได้รับการฝึกฝนจากแคตตาล็อกสินค้าของบริษัทและข้อมูลจากทั่วอินเทอร์เน็ต เพื่อตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับความต้องการในการช้อปปิ้ง ผลิตภัณฑ์ การเปรียบเทียบสินค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา

Matt Prohaska, CEO ของ Prohaska Consulting กล่าวว่า "The New York Times แสดงให้เห็นว่ากำลังมีกลยุทธ์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับเกี่ยวกับ AI" และเสริมว่าผู้เผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการช้อปปิ้งถือเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับความทะเยอทะยานด้าน LLM ของ Amazon

"Amazon สร้างหมวดหมู่สื่อเชิงพาณิชย์ที่ทุกคนพยายามเลียนแบบ... เจตนาและความสนใจในผู้เผยแพร่เหล่านั้น [Condé Nast และ Hearst] และกลุ่มผู้อ่านที่พวกเขาเข้าถึงได้ มีความเชื่อมโยงกับการช้อปปิ้งอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นบ้านและสวน แฟชั่น รถยนต์ หรืออื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่ Amazon จะพยายามสร้างความร่วมมือในพื้นที่นี้" Prohaska กล่าว

ขณะที่รูปแบบทางธุรกิจยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Brian Wieser จาก Madison and Wall ตั้งข้อสังเกตว่า หากข้อตกลงมีระยะเวลาจำกัดและสิทธิ์ทั้งหมดกลับคืนสู่ผู้เผยแพร่ (โดยตั้งสมมติฐานว่า LLM สามารถ "ลืม" สิ่งที่เรียนรู้ได้) ประโยชน์ในระยะสั้นน่าจะคุ้มค่า

Rufus เช่นเดียวกับผู้ช่วยที่ใช้ LLM อื่นๆ ต้องการเนื้อหาที่ได้รับอนุญาต มีโครงสร้างชัดเจน และปลอดภัยต่อแบรนด์เพื่อตอบคำถามเช่น "ครีมบำรุงผิวที่ดีที่สุดสำหรับผิวแห้งคืออะไร?" หรือ "ฉันควรสวมใส่อะไรไปงานแต่งงานในฤดูร้อน?" หรือ "อุปกรณ์ครัวคุณภาพดีในราคาต่ำกว่า $50 มีอะไรบ้าง?" ผู้เผยแพร่ไลฟ์สไตล์สามารถให้เนื้อหาที่มีบริบทสมบูรณ์และใช้ได้ในระยะยาวในแบบที่รีวิวทั่วไปหรือข้อมูลที่รวบรวมมาไม่สามารถทำได้

Condé Nast (เจ้าของ Vogue, GQ และ Vanity Fair) และ Hearst มีประสบการณ์ในการผลิตเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับ SEO และมีโครงสร้างชัดเจนมาหลายปี ซึ่งเป็นข้อความที่สะอาด สม่ำเสมอ และมีคุณภาพสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝน AI ในขณะที่ Amazon ต้องการแหล่งข้อมูลการฝึกที่เชื่อถือได้และเนื้อหาจากโลกจริงที่น่าเชื่อถือเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาพหลอนหรือคำตอบที่ไม่ถูกต้องใน Rufus, Alexa และผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย LLM อื่นๆ

ขณะที่ Rufus ของ Amazon ขยายบทบาทเป็นผู้ช่วยการช้อปปิ้ง ผู้เผยแพร่ไลฟ์สไตล์อย่าง Condé Nast และ Hearst อาจพบว่าตัวเองถูกผนวกเข้ากับกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคโดยตรง ไม่ใช่ผ่านการค้นหา แต่ผ่านคำตอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการขยายตัวตามธรรมชาติสำหรับความทะเยอทะยานด้านการอนุญาตใช้ AI ของ Amazon ซึ่งมีข้อตกลงการอนุญาตใช้เนื้อหากับผู้เผยแพร่มากกว่า 200 ราย รวมถึง Condé Nast และ Hearst สำหรับผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย LLM อย่าง Alexa+ ที่บริษัทประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พันธมิตรรายอื่นๆ ได้แก่ Business Insider, Forbes, Reuters, Washington Post, Time, Vox และ USA Today

Why it matters

💡 ข่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาการล่าสุดในวงการเทคโนโลยี AI และอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากเป็นการเปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสิ่งพิมพ์อย่าง Condé Nast และ Hearst กับ Amazon ในการพัฒนา AI ชื่อ Rufus ซึ่งจะปฏิวัติวงการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยการให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลคุณภาพสูงจากสื่อชั้นนำระดับโลก ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางอนาคตของการช้อปปิ้งที่จะผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://digiday.com/media/conde-nast-and-hearst-strike-amazon-ai-licensing-deals-for-rufus/

Read more

Amazon ติดอาวุธ Alexa ด้วย Generative AI พร้อมบุกตลาดสหราชอาณาจักรอย่างเต็มรูปแบบ

news

Amazon ติดอาวุธ Alexa ด้วย Generative AI พร้อมบุกตลาดสหราชอาณาจักรอย่างเต็มรูปแบบ

Amazon เปิดตัว Alexa+ อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักร พร้อมเทคโนโลยี Generative AI และ Agentic AI รองรับอุปกรณ์เดิมย้อนหลัง 8 ปี ราคา £19.99/เดือน หรือรวมกับ Prime Subscription

By
การใช้ AI ทำให้งานเขียนจืดชืดลง ผลการศึกษาชี้ชัด

news

การใช้ AI ทำให้งานเขียนจืดชืดลง ผลการศึกษาชี้ชัด

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ พบว่าผู้ที่ใช้ AI เขียนงานหนักมีแนวโน้มผลิตงานที่เป็นกลางมากกว่าถึง 69% พร้อมสูญเสีย Voice และความเป็นตัวตนของผู้เขียนไปอย่างมีนัยสำคัญ

By
Manulife นำ AI Agents ปฏิวัติกระบวนการทางการเงินหลักขององค์กร

news

Manulife นำ AI Agents ปฏิวัติกระบวนการทางการเงินหลักขององค์กร

Manulife ประกาศนำ AI Agents เข้าสู่กระบวนการทางการเงินหลักขององค์กร ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ AI-First เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลด Manual Processes สะท้อนทิศทาง AI Infrastructure ของภาคการเงินโลก

By
Visa เตรียมระบบชำระเงินรองรับธุรกรรมที่ริเริ่มโดย AI Agent

news

Visa เตรียมระบบชำระเงินรองรับธุรกรรมที่ริเริ่มโดย AI Agent

Visa เปิดตัวโปรแกรม Agentic Ready ทดสอบระบบชำระเงินที่ AI Agent สามารถริเริ่มธุรกรรมแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ ร่วมกับธนาคารชั้นนำในยุโรป พร้อมพัฒนา Infrastructure รองรับยุค AI Payment

By