กระแส AI ดันบริษัทในสหรัฐฯ กว่าครึ่งเตรียมลดค่าตอบแทนพนักงาน
ResumeBuilder.com เผยบริษัทในสหรัฐฯ กว่า 54% เตรียมลดค่าตอบแทนพนักงาน ทั้งเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการ เพื่อนำงบลงทุนด้าน AI แทน ขณะที่ EY มองว่า AI จะ Reshape งานมากกว่า Eliminate
Key takeaway
- จากผลสำรวจของ ResumeBuilder.com ที่สำรวจผู้นำธุรกิจ 866 รายในสหรัฐฯ พบว่า 54% ของบริษัทวางแผนลดค่าตอบแทนพนักงานภายในสิ้นปีนี้ และอีก 26% เตรียมเลิกจ้าง เพื่อโยกงบประมาณมาลงทุนด้าน AI โดยครอบคลุมทั้ง Base Salary, Bonus, Equity, Annual Raise และ Benefits ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI Investment กลายเป็น Priority สูงสุดที่บริษัทยอมแลกกับ Talent Cost อย่างชัดเจน
- แรงผลักดันหลักที่เร่งการตัดสินใจนี้ไม่ใช่แค่ความต้องการเพิ่ม Efficiency แต่คือ Fear of Falling Behind โดย 75% ของผู้บริหารมองว่า AI จะสร้าง Competitive Advantage, 74% เชื่อว่าจะเพิ่ม Revenue และ 56% ระบุว่าได้รับแรงกดดันโดยตรงจาก Board และ Investor ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการ Trade-off แบบนี้อาจส่งผลเสียระยะยาวต่อความสามารถในการดึงดูดและรักษา Talent เมื่อตลาดแรงงานพลิกกลับ
- อย่างไรก็ตาม รายงานจาก EY นำเสนอ Counterpoint ที่น่าสนใจ โดย CEO มากกว่า 2 ใน 3 ระบุว่าจะรักษาหรือเพิ่ม Headcount ในปี 2026 และสัดส่วนที่คาดว่าจะลด Workforce ลดลงจาก 46% เหลือ 24% ภายในปลายปี 2025 สะท้อนมุมมองที่ว่า AI จะ Reshape บทบาทงานมากกว่า Eliminate โดยเปลี่ยนผ่านพนักงานจาก Routine Tasks ไปสู่งานที่มี Higher Value แทน
ผลการสำรวจล่าสุดจาก ResumeBuilder.com เผยให้เห็นภาพที่น่าเป็นห่วงของตลาดแรงงานในสหรัฐอเมริกา เมื่อบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งกำลังลดหรือวางแผนจะลดค่าตอบแทนพนักงาน เพื่อนำงบประมาณมาเพิ่มการลงทุนด้าน Artificial Intelligence (AI)
โดยภายในสิ้นปีนี้ บริษัทถึง 54% จะปรับลดค่าตอบแทนพนักงาน และอีก 26% จะเลิกจ้างพนักงาน เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ทั้งนี้ การลดค่าตอบแทนดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเงินเดือนพื้นฐาน (Base Salary) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุม Bonus, Equity หรือ Stock Awards, การขึ้นเงินเดือนประจำปี และ Benefits ต่างๆ ด้วย การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการกับผู้นำธุรกิจในสหรัฐฯ จำนวนทั้งสิ้น 866 ราย
"บริษัทต่างๆ กำลังคำนวณอย่างชัดเจนว่า การลงทุนด้าน AI คือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง และค่าตอบแทนพนักงานคือแหล่งงบประมาณที่จะนำมาใช้ นี่ไม่ใช่แค่การเลิกจ้างพนักงานเท่านั้น Bonus, การขึ้นเงินเดือน, Equity, Benefits และ Base Pay ทั้งหมดถูกตัดพร้อมกันในทุก Industry"
— Stacie Haller, Chief Career Advisor, ResumeBuilder.com
AI กับผลกระทบต่อ Workforce ที่กำลังขยายวง
การศึกษานี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา มีการระบุถึง AI ในฐานะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการประกาศเลิกจ้างพนักงานในสหรัฐฯ ถึง 91,753 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 3% ของการ Lay off ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว ตามข้อมูลจากบริษัท Outplacement อย่าง Challenger, Gray & Christmas
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ บริษัทซอฟต์แวร์ Atlassian ที่ประกาศเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมาว่าจะลดจำนวนพนักงานลง 10% โดยอ้างถึงการลงทุนด้าน AI เป็นปัจจัยหลัก
"การดำเนินการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อ Rebalance บริษัท เพื่อเร่งสร้างอนาคตของการทำงานเป็นทีมในยุค AI ซึ่งรวมถึงการ Self-funding การลงทุนใน Strategic Priorities ที่สำคัญอย่าง AI และ Enterprise Sales การ Reorganize ทีมงานเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็วและมุ่งเน้นมากขึ้นใน Atlassian System of Work และการ Optimize เพื่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความยั่งยืนในระยะยาว"
— Atlassian (Securities Filing)
ในทำนองเดียวกัน บริษัท Digital Payments อย่าง Block ยังประกาศแผนลดจำนวนพนักงานจาก 10,000 คน เหลือเพียงกว่า 6,000 คน โดยวางแผนพึ่งพา AI มาทดแทนพนักงานในส่วนที่ถูกเลิกจ้าง
ความกลัวตามหลัง Competitor คือแรงผลักดันหลัก
ผลการสำรวจของ ResumeBuilder.com ชี้ให้เห็นว่า ความกังวลเรื่องการตามหลัง Competitor คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทต่างๆ ตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานและลดค่าตอบแทน เพื่อนำงบประมาณมาลงทุนด้าน AI โดย 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า AI จะมอบ Competitive Advantage ให้กับองค์กร ขณะที่ 74% เชื่อว่าจะนำไปสู่การเติบโตของ Revenue และมากกว่าครึ่ง (56%) อ้างถึงแรงกดดันจาก Board และ Investor ในฐานะปัจจัยที่เร่งการตัดสินใจนำ AI มาใช้
"Board และ Investor กำลังถามคำถามที่ยากเกี่ยวกับ AI Strategy และผู้นำรู้สึกว่าพวกเขาไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ ความเสี่ยงที่จะตามหลังคู่แข่งถูกมองว่าเร่งด่วนกว่าความเสี่ยงที่จะสูญเสีย Talent นั่นคือ Trade-off ที่มองการณ์ไกลไม่พอ เพราะเมื่อตลาดแรงงานกลับมาเป็นใจต่อพนักงาน บริษัทเหล่านี้จะพบว่ามันยากกว่ามากในการดึงดูดและรักษาคนที่พวกเขาต้องการ"
— Stacie Haller, ResumeBuilder.com
มุมมองจาก EY: AI Reshape งาน ไม่ใช่ Eliminate
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจาก EY นำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยในการศึกษาของ EY พบว่า CEO มากกว่าสองในสาม ระบุว่าคาดหวังจะรักษาหรือเพิ่มระดับ Workforce ในปี 2026 แม้จะมีการลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ สัดส่วนของ CEO ที่คาดการณ์ว่าจะลด Headcount ยังปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 46% ในช่วงต้นปี 2025 เหลือเพียง 24% ในเดือนธันวาคม
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่า AI จะ Reshape บทบาทหน้าที่มากกว่าที่จะ Eliminate งานออกไปโดยตรง โดยจะช่วยเปลี่ยนผ่านพนักงานจาก Routine Tasks ไปสู่งานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
"สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า CEO กำลังมองอย่างสมจริงและเป็นประโยชน์ต่อความต้องการในการพัฒนา Skillset ใหม่ๆ และรักษา Human Oversight ใน AI Use Cases หลากหลายรูปแบบสำหรับอนาคตอันใกล้"
— Andrea Guerzoni, Global Vice Chair of EY-Parthenon
ท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกันเหล่านี้ สิ่งที่ชัดเจนคือ AI กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรและตลาดแรงงานอย่างลึกซึ้ง คำถามที่ยังต้องติดตามต่อไปคือ บริษัทต่างๆ จะสามารถบริหารการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ได้อย่างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่ออนาคตและการดูแลพนักงานได้เพียงใด
Why it matters
💡 ผลสำรวจจาก ResumeBuilder.com เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ทุกคนในวงการ IT และเทคโนโลยีต้องรู้ว่า บริษัทกว่า 54% ในสหรัฐฯ กำลังตัดลดค่าตอบแทนพนักงานเพื่อนำงบไปลงทุนด้าน AI ครอบคลุมทั้ง Bonus, Equity และการขึ้นเงินเดือน ขณะที่อีก 26% เตรียม Lay off พนักงานโดยตรง สิ่งที่น่าจับตามองคือแรงกดดันจาก Board และ Investor ที่เร่งให้องค์กรเดินหน้า AI Strategy อย่างเร็วที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพของ Tech Professional ทุกคน
ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.ciodive.com/news/ai-boom-drives-worker-compensation-cuts-resumebuilder/815122/