ความเสี่ยงร้ายแรงจาก Executive Order ของ Trump ที่จำกัดการควบคุม AI โดยรัฐ

ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารยกเลิกกฎหมาย AI ระดับรัฐที่มองว่าเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม สั่งตั้งทีมคดีความท้าทายกฎหมายที่ไม่สอดคล้อง และระงับทุนจากรัฐที่ออกกฎหมาย "เป็นภาระ" ส่งผลกระทบต่อกฎหมาย AI ในโคโลราโด แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส และยูทาห์

ความเสี่ยงร้ายแรงจาก Executive Order ของ Trump ที่จำกัดการควบคุม AI โดยรัฐ

Key takeaway

  • ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อจำกัดกฎหมาย AI ระดับรัฐ โดยมุ่งสร้างกรอบการทำงานระดับชาติที่มี "ภาระน้อยที่สุด" และสั่งให้อัยการสูงสุดจัดตั้งทีมท้าทายกฎหมาย AI ของรัฐที่ไม่สอดคล้อง
  • กฎหมาย AI ระดับรัฐที่อาจได้รับผลกระทบรวมถึงกฎหมายของโคโลราโด (ควบคุมระบบ AI ในการตัดสินใจสำคัญ), แคลิฟอร์เนีย (ควบคุมโมเดล AI ขนาดใหญ่), เท็กซัส (จำกัดการพัฒนาและใช้งาน AI) และยูทาห์ (กำหนดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Generative AI)
  • ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งบริหารนี้อาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากโดยหลักการแล้วมีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่มีอำนาจในการยกเลิกหรือแทนที่กฎหมายของรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกกฎหมาย AI ระดับรัฐ ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม AI

ปัจจุบันกฎหมายระดับรัฐที่ควบคุม AI มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับการเติบโตของระบบ Generative AI เช่น ChatGPT ที่สามารถสร้างข้อความและรูปภาพได้ ในปี 2025 มีถึง 38 รัฐที่ออกกฎหมายควบคุม AI ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การห้ามการใช้หุ่นยนต์ AI ในการสะกดรอย ไปจนถึงการห้ามระบบ AI ที่ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์

คำสั่งบริหารฉบับนี้ประกาศนโยบายของสหรัฐฯ ในการสร้างกรอบการทำงานระดับชาติสำหรับ AI ที่มี "ภาระน้อยที่สุด" โดยกำหนดให้อัยการสูงสุดสหรัฐฯ จัดตั้งทีมงานด้านคดีความ AI เพื่อท้าทายกฎหมาย AI ของรัฐที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุกฎหมาย AI ของรัฐที่ "เป็นภาระ" ซึ่งขัดแย้งกับนโยบาย และระงับการให้ทุนภายใต้โครงการ Broadband Equity Access and Deployment Program แก่รัฐเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม คำสั่งบริหารนี้ยกเว้นกฎหมาย AI ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็ก

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้ล็อบบี้รัฐบาลกลางให้ยกเลิกกฎระเบียบ AI ของรัฐ โดยอ้างว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แตกต่างกันในหลายรัฐสร้างภาระและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม

กฎหมาย AI ของรัฐที่สำคัญที่อาจตกเป็นเป้าหมาย

โคโลราโด

กฎหมาย Consumer Protections for Artificial Intelligence ของโคโลราโดถือเป็นกฎหมายรัฐฉบับแรกในสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมการควบคุมระบบ AI ที่ใช้ในการตัดสินใจสำคัญ เช่น การจ้างงาน ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ การศึกษา และการดูแลสุขภาพ กฎหมายนี้มุ่งเน้นไปที่ระบบ AI แบบคาดการณ์ที่ใช้ในการตัดสินใจ แต่ไม่รวมถึง Generative AI รุ่นใหม่อย่าง ChatGPT ที่เน้นการสร้างเนื้อหา

แคลิฟอร์เนีย

กฎหมาย Transparency in Frontier Artificial Intelligence Act ของแคลิฟอร์เนียวางแนวทางควบคุมการพัฒนาโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุด โดยบังคับใช้กับโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องใช้การคำนวณอย่างน้อย 10^26 floating point operations ในการฝึกฝนระบบ

เท็กซัส

เท็กซัสออกกฎหมาย Texas Responsible AI Governance Act ซึ่งกำหนดข้อจำกัดในการพัฒนาและการใช้งานระบบ AI สำหรับวัตถุประสงค์ต่างๆ โดยเฉพาะการควบคุมพฤติกรรม จุดเด่นของกฎหมายนี้คือข้อกำหนดให้มีการสร้าง "sandbox" สำหรับนักพัฒนาในการทดสอบพฤติกรรมของระบบ AI

ยูทาห์

กฎหมาย Utah Artificial Intelligence Policy Act กำหนดให้องค์กรที่ใช้เครื่องมือ Generative AI กับลูกค้าต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศที่กำหนดการคุ้มครองผู้บริโภคโดยบังคับให้บริษัทต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเมื่อกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับระบบ Generative AI

ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งบริหารนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างไร และผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากโดยหลักการแล้วมีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่มีอำนาจในการยกเลิกหรือแทนที่กฎหมายของรัฐ ทั้งนี้ ข้อกำหนดสุดท้ายของคำสั่งดังกล่าวได้สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเสนอร่างกฎหมายเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป

Why it matters

💡 ข่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีและผู้ที่สนใจพัฒนาการของ AI เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการกำกับดูแล AI ในสหรัฐอเมริกา การที่ทรัมป์ออกคำสั่งจำกัดอำนาจรัฐในการควบคุม AI อาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีการกำกับดูแลน้อยลง ซึ่งอาจเอื้อต่อนวัตกรรมแต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและจริยธรรม ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนักลงทุนควรติดตามพัฒนาการนี้อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://inthesetimes.com/article/open-ai-serious-risks-trump-executive-order-state-regulation-of-artification-intelligence

Read more

ความโกรธแค้นต่อ OpenAI เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเกิดการประท้วงครั้งใหญ่

news

ความโกรธแค้นต่อ OpenAI เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเกิดการประท้วงครั้งใหญ่

OpenAI เผชิญการประท้วงครั้งใหญ่หลัง CEO Sam Altman ประกาศข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ผู้ใช้ ChatGPT หันไปใช้ Claude แทน การถอนแอปเพิ่มขึ้น 300% พนักงานเกือบ 1,000 คนลงนามจดหมายคัดค้าน

By
ศาสตราจารย์ Harvard เตือน: ผู้ใช้ AI กำลังสูญเสียความสามารถทางปัญญา

news

ศาสตราจารย์ Harvard เตือน: ผู้ใช้ AI กำลังสูญเสียความสามารถทางปัญญา

ศ.Avi Loeb จาก Harvard เตือนผู้ใช้ AI กำลังสูญเสียความสามารถทางปัญญา เปรียบเหมือนสูญเสียกล้ามเนื้อจากการไม่ออกกำลังกาย การศึกษาชี้ AI ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์เสื่อมถอย

By
Sam Altman ยอมรับว่า OpenAI ไม่สามารถควบคุมการใช้ AI ของ Pentagon ได้

news

Sam Altman ยอมรับว่า OpenAI ไม่สามารถควบคุมการใช้ AI ของ Pentagon ได้

Sam Altman CEO ของ OpenAI ยอมรับต่อพนักงานว่าบริษัทไม่สามารถควบคุมการใช้เทคโนโลยี AI ของ Pentagon ได้ ท่ามกลางการอภิปรายเข้มข้นเรื่องจริยธรรม AI ทางทหารและการที่ Anthropic ปฏิเสธข้อตกลงกับ Pentagon

By
Dyna.Ai ระดมทุน Series A หลักแปดหลัก ชูเทคโนโลยี Agentic AI เพื่อภาคการเงิน

news

Dyna.Ai ระดมทุน Series A หลักแปดหลัก ชูเทคโนโลยี Agentic AI เพื่อภาคการเงิน

Dyna.Ai บริษัท AI-as-a-Service จากสิงคโปร์ ปิดรอบ Series A หลักแปดหลัก นำโดย Lion X Ventures เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Agentic AI สำหรับสถาบันการเงิน แก้ปัญหาโครงการนำร่อง AI ที่ไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้

By