OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ช่วยผู้ป่วยเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์
OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ช่วยผู้ป่วยเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์ โดยสามารถอัปโหลดประวัติการรักษาและผลตรวจได้ ขณะที่ UChicago Medicine ใช้ AI ช่วยบันทึกข้อมูลผู้ป่วย ลดภาวะหมดไฟของแพทย์จาก 52% เหลือ 39%
Key takeaway
- OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ที่ช่วยผู้ใช้อัปโหลดประวัติการรักษาและผลตรวจเพื่อสอบถามข้อมูลกับ AI โดยตรง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวินิจฉัยหรือรักษาโรค
- UChicago Medicine ใช้ AI ชื่อ Ambient เป็นเครื่องมือจดบันทึกอัจฉริยะ ช่วยลดอัตราการหมดไฟของแพทย์จาก 52% เหลือ 39% หลังใช้งานเพียง 30 วัน
- การศึกษาพบว่าแพทย์สองในสามมีการใช้งาน AI ในปี 2024 และอัตราการหมดไฟของแพทย์ทั่วประเทศลดลงถึง 30% สำหรับแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยี AI
จากข้อมูลของ OpenAI พบว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพผ่าน ChatGPT ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่อย่าง ChatGPT Health ที่เพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดประวัติการรักษา ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือบันทึกการพบแพทย์ครั้งล่าสุด เพื่อสอบถามข้อมูลกับ AI ได้โดยตรง
ทาง OpenAI ย้ำว่า ChatGPT Health ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวินิจฉัยหรือรักษาโรค แต่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยผู้ป่วยในการเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ ทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเอง วิเคราะห์ผลการตรวจต่างๆ และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันด้านสุขภาพอื่นๆ ได้
Dr. David Liebowitz ผู้อำนวยการร่วมของ Northwestern Medicine's Institute for Augmented Intelligence in Medicine ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของ ChatGPT Health โดยเฉพาะประเด็นด้านความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูล นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเครื่องมือ AI ของ Microsoft ที่มีการอ้างว่าสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้แม่นยำกว่าแพทย์มนุษย์ถึง 4 เท่า
AI ช่วยลดภาวะหมดไฟของแพทย์ที่ UChicago Medicine
UChicago Medicine ได้นำเทคโนโลยี AI ชื่อ Ambient มาใช้เป็นเครื่องมือจดบันทึกอัจฉริยะที่สามารถบันทึกการพบผู้ป่วยและเขียนบันทึกโดยละเอียดให้แพทย์โดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจคือ อัตราการหมดไฟของแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 52% เหลือเพียง 39% หลังจากใช้งานเพียง 30 วันเท่านั้น
จากข้อมูลของ American Medical Association พบว่าแพทย์สองในสามรายงานว่ามีการใช้งาน AI ในปี 2024 และการศึกษาจาก JAMA Network Open ยังแสดงให้เห็นว่าอัตราการหมดไฟของแพทย์ทั่วประเทศลดลงถึง 30% สำหรับแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ประเภทนี้
Dr. Sachin Shah ผู้อำนวยการด้านข้อมูลการแพทย์ของ UChicago Medicine อธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากการช่วยลดภาระงานเอกสารแล้ว AI ยังมีศักยภาพในการวิเคราะห์ประวัติผู้ป่วยและข้อมูลทางการแพทย์จำนวนมหาศาล รวมทั้งยังสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับผู้ป่วยได้อีกด้วย
Why it matters
💡 ข่าวนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี AI ในวงการการแพทย์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างมีนัยสำคัญ การที่ UChicago Medicine สามารถลดอัตราการหมดไฟของแพทย์ลงได้ถึง 13% ด้วยเทคโนโลยี AI แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของ AI ในการแก้ปัญหาสำคัญในระบบสาธารณสุข ข้อมูลนี้มีความสำคัญทั้งสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนานี้
ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.cbsnews.com/chicago/news/ai-health-care-doctors-patients-uchicago-medicine-northwestern/