วัคซีน 'ครั้งแรกของโลก' ที่ออกแบบโดย Artificial Intelligence
นักวิจัย University of Cambridge ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ใช้ AI ออกแบบ super-antigen สำหรับวัคซีน coronavirus ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมต่อยอดสู่วัคซีน Flu, H5N1 และ Ebola
Key takeaway
- นักวิจัยจาก University of Cambridge ใช้ AI ออกแบบ super-antigen สำหรับวัคซีนเป็นครั้งแรกของโลก โดย AI วิเคราะห์ genetic codes จากฐานข้อมูล viral surveillance ทั่วโลก เพื่อสร้างวัคซีนที่ครอบคลุม coronavirus ทุกสายพันธุ์ รวมถึงไวรัสที่อาจก่อให้เกิด pandemic ในอนาคต
- ผลการทดลองทางคลินิกระยะแรกในอาสาสมัคร 39 คน พบว่า immune response อยู่ในระดับ "modest" แต่ยังคงสร้างความตื่นเต้นในวงการวิจัย และกำลังขยายสู่การทดลองระยะที่สองกับอาสาสมัครเพิ่มเป็น 200 คน พร้อมกับการวิจัยวัคซีนชนิดอื่นในสัตว์ทดลอง ได้แก่ Universal Flu, H5N1 และ Ebola
- ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำอย่าง Prof. Andy Pollard จาก Oxford Vaccine Group มองว่า AI มีศักยภาพเป็น "game changer" ในวงการวัคซีน เนื่องจากสามารถ predict immune response ได้แม่นยำ ทำให้กระบวนการพัฒนาวัคซีนเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจช่วยป้องกัน pandemic ครั้งต่อไปได้ก่อนที่การระบาดจะเริ่มต้น
นักวิจัยจาก University of Cambridge ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ หลังนำ Artificial Intelligence (AI) มาใช้พัฒนาวัคซีนชนิดใหม่อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกของโลก โดย AI ถูกนำมาใช้ออกแบบ antigen หลักของวัคซีน ก่อนนำเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์จริง วัคซีนดังกล่าวมุ่งเป้าครอบคลุมการป้องกัน coronavirus ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ Covid variants ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไปจนถึงไวรัสที่แพร่ระบาดในสัตว์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิด pandemic ในอนาคต
AI ออกแบบ "Super-Antigen" เพื่อรับมือไวรัสทุกสายพันธุ์
ทีมนักวิจัยได้รวบรวม genetic codes จากฐานข้อมูลของ viral surveillance programs ที่ทำหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังภัยคุกคามจากไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ ทั่วโลก จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบ AI เพื่อวิเคราะห์และออกแบบ super-antigen ที่สามารถ train ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้รับมือกับไวรัสได้ทั้งตระกูล แม้ในกรณีที่ไวรัสเกิดการ mutate หรือมีการ cross-species transmission จากสัตว์สู่มนุษย์ก็ตาม
Prof. Jonathan Heeney หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า
"เราต้องการก้าวนำหน้าไวรัส ไม่ใช่แค่รับมือกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจก่อให้เกิด outbreak หรือโรคระบาดครั้งต่อไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีที่เราเตรียมรับมือกับ pandemic"
ผลการทดลองทางคลินิกและแนวทางการพัฒนาต่อ
การทดลองในระยะแรกดำเนินการกับอาสาสมัครจำนวน 39 คน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมิน safety profile ของวัคซีน ขณะที่การทดลองในระยะที่สองจะขยายกลุ่มตัวอย่างเป็นประมาณ 200 คน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการกระตุ้น immune response อย่างละเอียด
ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Infection ระบุว่าผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับ "modest" อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงจุดประกายความตื่นเต้นในวงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนอย่างกว้างขวาง
Prof. Saul Faust จาก University of Southampton ผู้ร่วมดำเนินการทดลองกล่าวว่า
"สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ technology นี้มีศักยภาพสูงมากในการออกแบบวัคซีนสำหรับ potential pandemic โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา"
ขยายผลสู่วัคซีน Flu, H5N1 และ Ebola
ทีมวิจัยจาก Cambridge ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ coronavirus เท่านั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการวิจัยในสัตว์ทดลองสำหรับวัคซีนอีกหลายชนิด ได้แก่
- Universal Seasonal Flu Vaccine วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบครอบคลุมที่ไม่จำเป็นต้องปรับสูตรใหม่ทุกปี
- H5N1 Bird Flu Vaccine วัคซีนไข้หวัดนกเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหาก avian influenza แพร่ระบาดในมนุษย์ในวงกว้าง
- Viral Haemorrhagic Fever Vaccine วัคซีนครอบคลุมไวรัสในตระกูล Ebola โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ใน Democratic Republic of Congo ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนรองรับ
AI จะเป็น "Game Changer" ในวงการวัคซีน
Prof. Andy Pollard ผู้อำนวยการ Oxford Vaccine Group ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวกำลังสร้าง compelling evidence จากการวิจัยในสัตว์ทดลอง พร้อมเสริมว่า AI มีแนวโน้มที่จะเป็น "game changer" สำหรับวงการวิจัยวัคซีน เนื่องจาก AI tools มีศักยภาพในการ predict immune response ต่อวัคซีนได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้กระบวนการพัฒนาวัคซีนเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และท้ายที่สุดจะช่วย "save lives" ได้
Prof. Marian Knight ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ National Institute for Health and Care Research (NIHR) กล่าวสรุปว่า
"ความสำเร็จของการทดลอง AI-designed 'super-antigen' ครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในความสามารถของเราที่จะส่งมอบการป้องกันไวรัสที่ครอบคลุมและยั่งยืน"
แม้งานวิจัยนี้จะยังอยู่ในช่วง early stage แต่ศักยภาพของ AI ในการปฏิวัติกระบวนการพัฒนาวัคซีนนั้นปรากฏชัดเจนมากยิ่งขึ้นทุกวัน และอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกัน pandemic ครั้งต่อไปได้ก่อนที่การระบาดจะเริ่มต้นด้วยซ้ำ
Why it matters
💡 นักวิจัยจาก University of Cambridge ทำลายขีดจำกัดของวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยการนำ AI ออกแบบวัคซีน coronavirus เป็นครั้งแรกของโลก ครอบคลุมทุกสายพันธุ์รวมถึงไวรัสที่อาจก่อ pandemic ในอนาคต หากคุณอยู่ในวงการ IT หรือสนใจเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลก บทความนี้จะเผยให้เห็นว่า AI กำลังก้าวข้ามขอบเขตของซอฟต์แวร์สู่การพัฒนาชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง และนี่คือสัญญาณที่นักเทคโนโลยีทุกคนไม่ควรมองข้าม
ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.bbc.com/news/articles/crrpggegwe0o