รัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมผลักดัน No FAKES Act มุ่งสกัด Deepfakes ที่สร้างด้วย AI

สหรัฐฯ เตรียมออก NO FAKES Act คุ้มครองสิทธิ์ดิจิทัลจาก AI Deepfakes โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมโทษสูงสุด 750,000 ดอลลาร์ แต่ยังเผชิญข้อกังวลด้านเสรีภาพการแสดงออกจากกลุ่ม ACLU และ EFF

รัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมผลักดัน No FAKES Act มุ่งสกัด Deepfakes ที่สร้างด้วย AI

Key takeaway

  • NO FAKES Act เป็นร่างกฎหมายระดับสหพันธรัฐสหรัฐฯ ที่มุ่งให้สิทธิ์บุคคลในการควบคุม AI Digital Replica ของตนเอง ครอบคลุมถึงสิทธิ์ตกทอดทางมรดกนานถึง 70 ปีหลังเสียชีวิต พร้อมบทลงโทษสูงสุด 750,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อการละเมิดหนึ่งครั้ง ถือเป็นกลไกทางกฎหมายที่จริงจังที่สุดในการจัดการปัญหา Deepfakes ที่ไม่ได้รับอนุญาตในยุค Generative AI
  • ภัยคุกคามจาก Consumer-Grade AI Tools ที่ทำให้การสร้าง Deepfakes เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการละเมิดในหลายมิติ ทั้ง Nonconsensual Pornography, CSAM, AI-Celebrity Endorsement Scams ไปจนถึงการใช้ Deepfakes เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งล้วนเป็นแรงผลักดันเชิงนโยบายที่ทำให้กฎหมายนี้เกิดขึ้น
  • แม้ร่างกฎหมายจะผ่านชั้นคณะกรรมการแล้ว แต่ยังเผชิญแรงต้านสำคัญจาก ACLU, EFF และกลุ่มสิทธิ์ดิจิทัล ที่กังวลว่าระบบ Takedown Notification อาจกลายเป็น "Heckler's Veto" ปิดกั้น Lawful Speech อย่าง Satire และ Parody ซึ่งเป็นประเด็น First Amendment ที่ยังต้องการการแก้ไขเพิ่มเติมก่อนบังคับใช้จริง

คณะกรรมการตุลาการวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Judiciary Committee) ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายฉบับสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องศิลปิน นักแสดง และบุคคลสาธารณะชาวอเมริกันจากการถูกนำภาพและเสียงไปสร้างเป็น Deepfakes โดยปราศจากความยินยอม อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกฎหมายจะผ่านการลงมติแบบ Voice Vote ในชั้นคณะกรรมการ แต่ทั้งวุฒิสมาชิกและกลุ่มภาคประชาสังคมต่างพากันแสดงความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้อาจเปิดช่องให้กลุ่มผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก (Free Speech)


สาระสำคัญของ NO FAKES Act

ร่างกฎหมาย NO FAKES Act ถูกเสนอโดย Sen. Chris Coons (D-Del.) และ Sen. Marsha Blackburn (R-Tenn.) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • มอบสิทธิ์ให้ชาวอเมริกันสามารถควบคุม AI Digital Replica หรือภาพจำลองดิจิทัลของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ
  • สิทธิ์ดังกล่าวสามารถตกทอดไปยังทายาท ผู้จัดการมรดก และกองมรดก เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 70 ปี นับจากวันที่บุคคลนั้นเสียชีวิต
  • เปิดทางให้ผู้สร้างสรรค์สามารถ License ภาพลักษณ์และรูปลักษณ์ของตนเองได้ ภายใต้กรอบสัญญา 10 ปี สำหรับผู้ใหญ่ และ 5 ปี สำหรับผู้เยาว์
  • เปิดโอกาสให้บุคคลฟ้องร้องผู้ที่นำ AI-Generated Image ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมบทลงโทษสูงสุดถึง 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อการละเมิดหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้ Sen. Blackburn ได้ยื่นหนังสือแสดงการสนับสนุนจากองค์กรกว่า 40 แห่ง อาทิ Screen Actors Guild (SAG-AFTRA), American Medical Association (AMA), Creative Artists Agency และ Human Artistry Campaign

"เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องกำหนด National Standard ในการคุ้มครอง Voice และ Visual Likeness ของผู้สร้างสรรค์ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของ AI-Generated Deepfakes ที่สร้างขึ้นโดยปราศจากความยินยอม" — Sen. Blackburn

ภัยคุกคามจาก AI Deepfakes ในยุคปัจจุบัน

การแพร่หลายของ Consumer-Grade AI Tools ทำให้การสร้าง Deepfakes ที่สมจริงจากภาพของบุคคลจริงกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ได้แก่

  • การสร้างสื่อลามกอนาจารโดยปราศจากความยินยอมของเหยื่อ (Nonconsensual Pornography)
  • การผลิตสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (Child Sexual Assault Material — CSAM)
  • การแบล็กเมล์และการสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่บุคคลเป้าหมาย

ในแวดวงธุรกิจ Better Business Bureau ออกมาเตือนว่า ระบบ Scam Tracker ของตนถูกรายงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับ AI-Celebrity Endorsement Scams ซึ่งรวมถึงกรณี Deepfakes ของ Oprah Winfrey ที่ถูกนำมาใช้โปรโมทผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก, Kim Kardashian ที่ถูกใช้เรี่ยไรเงินบริจาค ตลอดจน Taylor Swift และ Gordon Ramsay ที่ถูกนำภาพไปโฆษณาเครื่องครัว

ในแวดวงการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งบางรายใช้ Deepfakes เพื่อโจมตีคู่แข่ง ขณะที่กลุ่ม Disinformation Actors แพร่กระจาย AI-Generated Content ที่สร้างจากภาพนักการเมืองอย่าง Donald Trump, Kamala Harris รวมถึงนักการเมืองระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ


บริบทกฎหมายระดับรัฐและสหพันธรัฐ

NO FAKES Act ถือเป็นหนึ่งในความพยายามที่จริงจังที่สุดของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ในการปกป้องสิทธิ์เชิงพาณิชย์ดิจิทัลของศิลปินและบุคคลสาธารณะ หากเปรียบเทียบกับกฎหมายระดับรัฐที่มีอยู่แล้ว จะพบว่า

  • New York ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ลงโฆษณาในภาพยนตร์และโทรทัศน์ต้องแจ้งให้ผู้ชมทราบเมื่อมีการใช้ Deepfakes ในโฆษณา แต่ยังไม่ได้สร้างระบบ Copyright สำหรับลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของศิลปิน
  • Tennessee ออก ELVIS Act ซึ่งห้ามการนำเสียงและภาพลักษณ์ของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และกำหนด Secondary Liability สำหรับ Platform ขนาดใหญ่ที่เผยแพร่หรือแจกจ่าย Content ในลักษณะดังกล่าว

เสียงคัดค้านจากกลุ่มเทคโนโลยีและสิทธิดิจิทัล

NO FAKES Act เผชิญแรงต้านจากพันธมิตรของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและกลุ่มสิทธิดิจิทัล ซึ่งโต้แย้งว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่สามารถสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่างสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของศิลปินกับสิทธิ์ตาม First Amendment ในด้านเสรีภาพการแสดงออกและ Parody

Amy Bos รองประธานฝ่ายกิจการรัฐบาลของ NetChoice สมาคมการค้าของธุรกิจออนไลน์ ระบุว่า แม้กลุ่มของเธอจะสนับสนุนกฎหมายที่มีเป้าหมายป้องกัน Deepfakes ที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังมีความกังวลสำคัญ ดังนี้

"ความตั้งใจดีไม่ได้รับประกันว่าจะได้กฎหมายที่ดี ร่างกฎหมายฉบับนี้สร้าง Financial Incentive ที่อันตรายให้ Platform ลบ Lawful Content อย่างเกินความจำเป็น สร้างภาระแก่ผู้สร้างสรรค์ด้วยระบบ Counter-Notification ที่ปฏิบัติได้ยากในทางจริง และยังไม่สามารถส่งมอบ Uniform National Standard ตามที่ผู้สนับสนุนให้คำมั่นไว้"

นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิ์พลเมืองดิจิทัลหลายองค์กร ทั้ง American Civil Liberties Union (ACLU), R Street Institute, Center for Democracy and Technology (CDT) และ Electronic Frontier Foundation (EFF) ได้ร่วมกันมีหนังสือถึง Senate Judiciary Committee เรียกร้องให้คัดค้านร่างกฎหมายในรูปแบบปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญ ดังนี้

  • ร่างกฎหมายสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Heckler's Veto" เหนือ Online Content เปิดโอกาสให้ศิลปินและกลุ่มสนับสนุนท่วม Notification System ด้วย Takedown Requests จนระบบอาจล้นมือ
  • มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Digital Millennium Copyright Act (DMCA) ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง Incentive ทั้งหมดในร่างกฎหมายผลักดันให้ Platform ลบ Content อย่างก้าวร้าวเกินควร โดยไม่ได้พิจารณาว่า Content นั้นละเมิดกฎหมายจริงหรือไม่
  • อาจปิดกั้นไม่เฉพาะโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต หากแต่ยังรวมถึง Content ที่ควรได้รับการคุ้มครองตาม First Amendment อย่าง Education, Humor, Satire และ Parody

กลุ่มดังกล่าวยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2023 เมื่อภาพ AI-Generated ของ Pope Francis สวมเสื้อแจ็คเก็ต Balenciaga กลายเป็น Viral Content ในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า หากภาพนั้นถูกโพสต์ภายใต้ข้อบังคับของ NO FAKES Act ก็จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไปจนถึงปี 2100

"กฎหมายที่บั่นทอนเสรีภาพในการแสดงออกจะดิ้นรนเพื่อผ่านการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ และในระหว่างนั้น อาจสร้างความเสียหายที่ยากจะเยียวยาทั้งต่อ Lawful Speech และต่อ Autonomy ของบุคคลที่กฎหมายอ้างว่าจะคุ้มครอง" — กลุ่มพันธมิตรนโยบายดิจิทัล

สถานะปัจจุบันและเส้นทางข้างหน้า

แม้ร่างกฎหมายจะผ่านด้วย Voice Vote และได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง แต่สมาชิกคณะกรรมการทั้งจากพรรค Republican และ Democrat ต่างแสดงความกังวลในทิศทางเดียวกัน และเห็นพ้องว่าควรมีการปรับแก้ร่างกฎหมายเพิ่มเติมก่อนที่จะผ่านเป็นกฎหมายในขั้นสุดท้าย

Sen. Coons ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่า การแก้ไขที่ดำเนินการก่อนเข้าสู่กระบวนการ Markup นั้นได้ตอบโจทย์ข้อกังวลด้าน First Amendment อย่างเพียงพอแล้ว

"ผมอยากชี้แจงให้ชัดเจนว่า NO FAKES Act ได้บรรจุบทบัญญัติที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Parody, Satire, Documentaries, Biopics และ Newscasts ล้วนได้รับการคุ้มครองทั้งสิ้น เราได้สร้างกระบวนการ Counter-Notification ที่เหมาะสม รวมถึงยกเว้น Research Libraries และ Archives ออกจากขอบเขตของกฎหมาย" — Sen. Coons

ความเคลื่อนไหวของ NO FAKES Act ยังคงน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรม Digital Content, AI Technology และสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก

Why it matters

💡 ในยุคที่ AI Deepfakes กลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก การที่วุฒิสภาสหรัฐฯ เดินหน้าผ่านร่างกฎหมาย NO FAKES Act ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่นักพัฒนา ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ไม่ควรมองข้าม เพราะกฎหมายนี้จะกำหนดกรอบการใช้งาน AI-Generated Content ใหม่ทั้งหมด ทั้งในมิติของ Licensing สิทธิ์ดิจิทัล บทลงโทษสูงถึง 750,000 ดอลลาร์ต่อครั้ง และผลกระทบต่อ Platform ที่เผยแพร่คอนเทนต์ ซึ่งอาจส่งผลสะท้อนมาถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://cyberscoop.com/congress-tees-up-no-fakes-act-aiming-at-ai-generated-deepfakes/

Read more

เว็บไซต์ ChatGPT ปลอมถูกใช้แพร่กระจาย Malware โจมตีทั้ง Windows และ macOS

news

เว็บไซต์ ChatGPT ปลอมถูกใช้แพร่กระจาย Malware โจมตีทั้ง Windows และ macOS

Malwarebytes เตือนภัยเว็บ ChatGPT ปลอมที่แอบแฝงใน Search Results เพื่อแพร่ Malware โจมตีทั้ง Windows และ macOS โดยขโมยรหัสผ่าน, Cookies และ Crypto Wallets อาศัยกระแส AI ล่อเหยื่อที่ยังไม่รู้จัก Official URL

By
Pearson ร่วมโครงการ AI Skills Boost ของรัฐบาลอังกฤษ ตั้งเป้าพัฒนาทักษะ AI แรงงาน 10 ล้านคนภายในปี 2030

news

Pearson ร่วมโครงการ AI Skills Boost ของรัฐบาลอังกฤษ ตั้งเป้าพัฒนาทักษะ AI แรงงาน 10 ล้านคนภายในปี 2030

Pearson ได้รับแต่งตั้งเป็น Partner อย่างเป็นทางการในโครงการ AI Skills Boost ของรัฐบาลอังกฤษ ร่วมกับ Amazon, Google, IBM และ Microsoft มุ่งพัฒนาทักษะ AI ให้แรงงาน 10 ล้านคนภายในปี 2030 ผ่านคอร์สออนไลน์ฟรี

By
AI Pilots ขยายสู่ระดับ Production ได้สำเร็จได้อย่างไร

news

AI Pilots ขยายสู่ระดับ Production ได้สำเร็จได้อย่างไร

องค์กรที่ได้ ROI สูงจาก AI ล้วนเริ่มจาก Data Foundation ที่แข็งแกร่ง สร้าง Trust วัดผลอย่างเป็นระบบ และรักษา Governance ตลอดวงจร เพื่อผลักดัน AI Pilots สู่ Production ได้สำเร็จ

By
Anthropic เปิดตัว Claude Code Artifacts: เปลี่ยน Terminal ให้เป็น Live Dashboard แชร์ได้ทันที

news

Anthropic เปิดตัว Claude Code Artifacts: เปลี่ยน Terminal ให้เป็น Live Dashboard แชร์ได้ทันที

Anthropic เปิดตัว Claude Code Artifacts ฟีเจอร์ใหม่สำหรับแผน Team และ Enterprise ที่แปลง Terminal Session ให้เป็น Live Interactive Webpage แชร์ได้ทันที พร้อมอัปเดต Real-Time โดยไม่ต้องโหลดซ้ำ

By