Meta เตรียมเปิดตัว AI Chatbot แบบ Standalone พร้อมบริการ Subscription ในไตรมาสที่ 2

Meta เตรียมเปิดตัวแอป AI Chatbot แยกต่างหากจาก Facebook-Instagram-WhatsApp พร้อมบริการ subscription ในไตรมาส 2/2025 ท่ามกลางความท้าทายด้านกฎระเบียบในยุโรปและการแข่งขันกับ OpenAI

Meta เตรียมเปิดตัว AI Chatbot แบบ Standalone พร้อมบริการ Subscription ในไตรมาสที่ 2

Key takeaway

  • Meta กำลังพัฒนา AI Chatbot แบบ standalone ภายใต้ชื่อ Meta AI พร้อมเปิดตัวในไตรมาส 2 ปี 2025 โดยจะแยกออกจากแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook, Instagram และ WhatsApp เพื่อแข่งขันกับ ChatGPT
  • บริษัทวางแผนเปิดให้บริการแบบ subscription สำหรับ chatbot เวอร์ชันขั้นสูง โดย Mark Zuckerberg ได้ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 60-65 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อพัฒนาด้าน AI
  • Meta กำลังเผชิญความท้าทายด้านกฎระเบียบในยุโรป โดยมีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งานใน 11 ประเทศเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อฝึก AI models และการละเมิดกฎคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค

Meta บริษัทของ Mark Zuckerberg กำลังเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชัน AI แบบ standalone เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจาก ChatGPT ของ OpenAI

CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า แอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Meta AI จะเปิดตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันบริษัทสู่การเป็นผู้นำด้าน Artificial Intelligence ภายในปีนี้ โดยมีคู่แข่งสำคัญอย่าง OpenAI นำโดย Sam Altman และ Alphabet บริษัทแม่ของ Google

แม้ Meta AI chatbot จะเคยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ในฐานะผู้ช่วยเสมือนจริงที่ใช้ large language models แต่การเปิดตัวครั้งนี้จะแยกออกมาเป็นแอปพลิเคชันต่างหากจาก Facebook, Instagram และ WhatsApp

Reuters รายงานว่า บริการแบบ subscription สำหรับ chatbot เวอร์ชันขั้นสูงจะเริ่มทดสอบในไตรมาสที่ 2 แต่คาดว่าจะยังไม่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะถึงปีหน้า

Mark Zuckerberg CEO ของบริษัทประกาศเมื่อเดือนมกราคมว่า จะทุ่มงบประมาณ 60-65 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อพัฒนาด้าน AI

อย่างไรก็ตาม Meta กำลังเผชิญความท้าทายด้านกฎระเบียบในยุโรป โดย Euronews รายงานว่า บริษัทถูกตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเด็นการละเมิดกฎคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค หลังผู้ใช้ Facebook กว่า 5,000 รายในเยอรมนี นอร์เวย์ และสเปน ร้องเรียนเรื่องการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการตลาด

นอกจากนี้ยังมีข้อร้องเรียนใน 11 ประเทศในยุโรปเมื่อกลางปี 2024 เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเพื่อฝึก AI models ด้าน Joel Kaplan หัวหน้าฝ่ายนโยบายระดับโลกของ Meta ระบุว่า กฎระเบียบของยุโรปที่มีต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ กำลังทำให้ยุโรปกลายเป็นรองในวงการเทคโนโลยี

Why it matters

💡 ข่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาการล่าสุดในวงการ AI และการแข่งขันระหว่างยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี การที่ Meta เตรียมเปิดตัว AI Chatbot แบบ standalone พร้อมบริการ subscription แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกลยุทธ์ของบริษัท และอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด AI โดยเฉพาะการท้าชิงกับ ChatGPT นอกจากนี้ยังมีประเด็นท้าทายด้านกฎระเบียบในยุโรปที่น่าจับตามอง ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนา AI ในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.euronews.com/next/2025/02/28/zuckerbergs-meta-to-release-direct-competitor-to-openais-chatgpt

Read more

Apple เลื่อนการเปิดตัวฟีเจอร์ Siri ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ออกไปเกินกว่า iOS 26.4

news

Apple เลื่อนการเปิดตัวฟีเจอร์ Siri ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ออกไปเกินกว่า iOS 26.4

Apple เลื่อนการเปิดตัว Siri ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini AI ของ Google ออกไปจาก iOS 26.4 เป็นอย่างน้อย iOS 26.5 หรืออาจถึง iOS 27 ในเดือนกันยายน โดยฟีเจอร์ที่ล่าช้ารวมถึงความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการควบคุมแอปด้วยเสียง

By
ชิลีเปิดตัว AI model แบบโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาสำหรับละตินอเมริกา

news

ชิลีเปิดตัว AI model แบบโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาสำหรับละตินอเมริกา

ชิลีเปิดตัว Latam-GPT โมเดล AI โอเพนซอร์สแรกที่พัฒนาด้วยข้อมูลวัฒนธรรมละตินอเมริกา นำโดย CENIA ร่วมกับ 30 สถาบันใน 8 ประเทศ เพื่อแก้ไขอคติทางภาษาและสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันในภูมิภาค

By
OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ช่วยผู้ป่วยเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์

news

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ช่วยผู้ป่วยเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ช่วยผู้ป่วยเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์ โดยสามารถอัปโหลดประวัติการรักษาและผลตรวจได้ ขณะที่ UChicago Medicine ใช้ AI ช่วยบันทึกข้อมูลผู้ป่วย ลดภาวะหมดไฟของแพทย์จาก 52% เหลือ 39%

By
นักวิจัยเผยผลกระทบเมื่อองค์กรนำ AI มาใช้อย่างจริงจัง ผลลัพธ์อาจทำให้คุณกังวล

news

นักวิจัยเผยผลกระทบเมื่อองค์กรนำ AI มาใช้อย่างจริงจัง ผลลัพธ์อาจทำให้คุณกังวล

นักวิจัยจาก UC Berkeley พบว่าการนำ AI มาใช้ในองค์กรไม่ได้ช่วยลดภาระงานตามที่คาดหวัง แต่กลับเพิ่มความเข้มข้นของงาน ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ "workload creep" ที่นำไปสู่ความเหนื่อยล้า ภาวะหมดไฟ และคุณภาพงานที่ลดลง

By