Meta ปลดพนักงานเกือบ 1,400 ตำแหน่งในซีแอตเทิล คิดเป็น 20% ของแรงงานท้องถิ่น เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ รุกลงทุน AI เต็มสูบ
Meta ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 1,395 ตำแหน่งในวอชิงตัน หรือ 20% ของแรงงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนตัดตำแหน่งงานกว่า 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เพื่อเปิดทางลงทุนด้าน AI อย่างเต็มรูปแบบ
Key takeaway
- Meta ประกาศเลิกจ้างพนักงานในรัฐวอชิงตัน 1,395 ตำแหน่ง คิดเป็น 20% ของกำลังแรงงานในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างองค์กรระดับโลกที่มีเป้าหมายตัดตำแหน่งงานรวมกว่า 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือสำนักงาน Spring District เมือง Bellevue ซึ่งมีพนักงานถูกเลิกจ้างถึง 699 คน
- เบื้องหลังการปลดพนักงานครั้งนี้คือการเร่งลงทุนด้าน AI Infrastructure อย่างเต็มรูปแบบ โดย Meta วางแผนใช้จ่าย Capital Expenditure (CapEx) สูงถึง $145 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นชัดว่าบริษัทกำลัง Reallocate ทรัพยากรจากงานที่ไม่ใช่ Priority เชิงกลยุทธ์ไปสู่การพัฒนา AI โดยตรง
- การเลิกจ้างรอบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ช่วงมกราคมและมีนาคม Meta ได้ตัดตำแหน่งงานในรัฐวอชิงตันไปแล้วกว่า 500 ตำแหน่ง โดยเฉพาะหน่วยงาน Reality Labs ที่พัฒนาเทคโนโลยี AR/VR ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Meta กำลัง Deprioritize Metaverse และหันมาโฟกัส AI อย่างเต็มตัว
Meta บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศเลิกจ้างพนักงานในรัฐวอชิงตันจำนวน 1,395 ตำแหน่ง คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของกำลังแรงงานในพื้นที่ทั้งหมด การปลดพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่ระดับบริษัท ซึ่งมีเป้าหมายลดตำแหน่งงานรวมกว่า 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เพื่อเปิดทางให้กับการลงทุนด้าน Artificial Intelligence (AI) อย่างเต็มรูปแบบ
เปิดรายละเอียดการเลิกจ้างในพื้นที่ซีแอตเทิล
ข้อมูลการเลิกจ้างในพื้นที่ซีแอตเทิลถูกเปิดเผยผ่านเอกสารที่ยื่นต่อ Washington State Employment Security Department เมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมา โดยการปลดพนักงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทีมงานหลายส่วนทั่วทั้งองค์กร ทั้งทีมที่ดูแลแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงฝ่าย Advertising และ Infrastructure
โฆษกบริษัท Tracy Clayton เปิดเผยว่า ก่อนการปลดพนักงานครั้งนี้ Meta มีพนักงานในเขตซีแอตเทิลและปริมณฑลราว 7,000 คน โดยสำนักงานใน Spring District เมือง Bellevue ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีพนักงานถูกเลิกจ้างถึง 699 คน นอกจากนี้ยังมีการตัดตำแหน่งงานที่สำนักงาน Dexter Avenue ในซีแอตเทิล 215 คน, ศูนย์ปฏิบัติการใน Redmond 206 คน, สำนักงานบน Utah Avenue อีก 44 คน และ Remote Worker ในรัฐวอชิงตันอีกประมาณ 231 คน
"การเปลี่ยนแปลงที่เราดำเนินการนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละทีม ครอบคลุมทั้งการเลิกจ้าง การปิดรับสมัครตำแหน่งที่ยังเปิดอยู่ และการโยกย้ายพนักงานหลายพันคนไปยังงานที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจ" — Tracy Clayton โฆษก Meta
ทุ่มงบ $145 พันล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐาน AI
Meta เปิดเผยแผนการเลิกจ้างดังกล่าวผ่าน Internal Memo ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI Infrastructure ทั้งนี้ Meta วางแผนใช้จ่ายด้าน Capital Expenditure (CapEx) สูงถึง $145 พันล้านดอลลาร์ ในปีนี้ โดยการเลิกจ้างในพื้นที่ซีแอตเทิลจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 กรกฎาคม ตามเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานรัฐ
ต่อเนื่องจากการปลดพนักงานต้นปี
การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นรอบล่าสุดของ Meta ในปีนี้ ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมกราคมและมีนาคม บริษัทได้ตัดตำแหน่งงานในรัฐวอชิงตันไปแล้วกว่า 500 ตำแหน่ง โดย Reality Labs หน่วยงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษในการปรับโครงสร้างครั้งนี้
Why it matters
💡 การที่ Meta ตัดสินใจปลดพนักงานกว่า 1,395 ตำแหน่งในซีแอตเทิล หรือคิดเป็น 20% ของแรงงานท้องถิ่น พร้อมทุ่มงบ CapEx สูงถึง $145 พันล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนด้าน AI Infrastructure ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรม Tech ระดับโลก นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ควรติดตามข้อมูลนี้อย่างใกล้ชิด เพราะการปรับโครงสร้างองค์กรของ Big Tech กำลังกำหนดทักษะและตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการในอนาคตอันใกล้