Google เปิดตัว Gemma 4: Open-Source AI Model ตัวใหม่ พร้อมวิธีเริ่มต้นใช้งาน

Google เปิดตัว Gemma 4 โมเดล AI แบบ Open-Source ภายใต้ Apache 2.0 License ใช้งานฟรี รันบน Local Device ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รองรับ 140 ภาษา และ Context Window สูงสุด 256,000 Tokens

Google เปิดตัว Gemma 4: Open-Source AI Model ตัวใหม่ พร้อมวิธีเริ่มต้นใช้งาน

Key takeaway

  • Google เปิดตัว Gemma 4 ภายใต้ Apache 2.0 License อย่างสมบูรณ์ ซึ่งต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้าที่เป็นแค่ Open-Weight Model โดย License นี้ให้สิทธิ์ผู้ใช้ Download, แก้ไข, Redistribute และนำไปใช้งานในเชิง Commercial ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็น True Open-Source ที่ Developer สามารถนำไป Build Product ได้อย่างเต็มที่
  • Gemma 4 มาพร้อม Capabilities ที่ครอบคลุมทั้ง Advanced Reasoning, Agentic Workflows, Audio/Video Processing และรองรับกว่า 140 ภาษา พร้อม Context Window สูงสุดถึง 256,000 Tokens โดยมีให้เลือก 4 ขนาดตั้งแต่ 2B ถึง 27B Parameters เพื่อให้เหมาะกับ Hardware ที่หลากหลายตั้งแต่ Mobile Device ไปจนถึง Laptop GPU
  • จุดแข็งเชิงกลยุทธ์ของ Gemma 4 คือการรัน On-Device / Local ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ Data ไม่ถูกส่งออกไปยัง Third Party ซึ่งตอบโจทย์เรื่อง Privacy, Security และ Digital Sovereignty ได้ดีกว่า Cloud-Based Model อย่าง Gemini และยังช่วยตัดต้นทุน Recurring Subscription สำหรับ Developer ที่ต้องการ Integrate AI เข้าสู่ Application ของตนเอง

Google เปิดตัว Gemma 4 เวอร์ชันล่าสุดของ Open AI Model อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือการเปิดให้ใช้งานภายใต้ Apache 2.0 License อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนจาก Frontier Model ทั่วไปที่มักปิดบัง Source Code ไว้

โมเดลนี้รองรับการติดตั้งและรันบน Local Device ของผู้ใช้ โดย Google ระบุว่า Gemma 4 สามารถทำงานได้บน Android หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก รวมถึง Laptop GPU บางรุ่นด้วยเช่นกัน

"Open-Source License นี้วางรากฐานสำหรับ Developer Flexibility และ Digital Sovereignty อย่างสมบูรณ์ มอบ Control เต็มรูปแบบเหนือ Data, Infrastructure และ Models ของคุณ" — Google Blog Post

Gemma vs. Gemini แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจสับสนระหว่าง Gemini และ Gemma แม้ทั้งสองจะเป็นผลิตภัณฑ์ AI ของ Google แต่มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

Gemini คือ Proprietary AI Product แบบ Subscription ของ Google ซึ่งเป็น Family of Multimodal AI Models ที่ถูก Integrate เข้ากับบริการหลักของ Google แทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Google Search, Gmail, Google Docs และ Google Cloud

ในทางกลับกัน Gemma 4 เป็น Open AI Model ที่เปิดเผยทั้ง Code และ Training Data ให้แก่สาธารณชน สามารถรันบน Local Hardware ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ ใช้งานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ความได้เปรียบอีกประการหนึ่งคือความเป็น Privacy และ Security ที่สูงกว่า เนื่องจากข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Chat ประวัติการสนทนา ไฟล์ที่อัปโหลด หรือ Response ต่างๆ จะไม่ถูกส่งไปยัง Third Party นอกจากนี้ Developer ยังสามารถนำ Gemma 4 ไป Integrate เข้ากับ Application ของตนเองได้โดยไม่ต้องแบกรับ Recurring Subscription Costs


Gemma 4 มีความสามารถอะไรบ้าง?

ตาม Announcement ของ Google, Gemma 4 มาพร้อม Advanced Capabilities ที่ครอบคลุมหลากหลายด้าน ดังนี้:

  • Advanced Reasoning รวมถึง Multi-Step Planning และ Deep Logic พร้อม Significant Improvements ใน Math และ Instruction-Following Benchmarks
  • รองรับ Agentic Workflows และ AI Coding Assistance แบบ Localized
  • ประมวลผล Audio และ Video สำหรับ Speech Recognition และการวิเคราะห์ Visual เช่น Charts และข้อมูลเชิงภาพอื่นๆ

ขนาดของโมเดล

Gemma 4 มีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 ขนาด ตามจำนวน Parameters เพื่อให้เหมาะสมกับทรัพยากรฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกัน:

ขนาด Parameters
E2B 2 Billion
E4B 4 Billion
26 Billion
31 Billion

Hugging Face รายงานว่า Open-Weight Models ดังกล่าวมีให้เลือกทั้งในรูปแบบ Pre-Trained และ Instruction-Tuned Variants เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นสูงสุดสำหรับนักพัฒนา

นอกจากนี้ โมเดลได้รับการ Train มาแล้วในกว่า 140 ภาษา และรองรับ Context Window สูงสุดถึง 256,000 Tokens โดย E2B และ E4B Variants รองรับที่ 128,000 Tokens


ทำความเข้าใจ: "Open" กับ "Open-Source" ต่างกันอย่างไร?

ประเด็นที่สำคัญและมักถูกเข้าใจผิดในวงการ AI คือ คำว่า "Open" ไม่ได้มีความหมายเดียวกับ "Open-Source" เสมอไป

Gemma เวอร์ชันก่อนหน้าเป็นเพียง Open-Weight กล่าวคือ เปิดเผย Training Datasets ต่อสาธารณะ แต่ยังคงผูกติดกับ Terms of Use ของ Google ในส่วนของการใช้งานและ Redistribution

สำหรับ Gemma 4 นั้น Google ได้ Distribute โมเดลภายใต้ Apache 2.0 License อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์ต่อไปนี้:

  • ✅ Download และแก้ไข Source Code ได้อย่างอิสระ
  • ✅ ใช้งานได้ทั้ง Personal และ Commercial Use Cases
  • ✅ Redistribute ได้โดยไม่ต้องจ่าย Royalty
  • ✅ มีเพียงข้อกำหนดเดียวคือ Attribution และการแนบ License มาด้วยทุกครั้ง

วิธีเริ่มต้นทดลองใช้งาน Gemma 4

Gemma 4 สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Google AI Studio หรือจะเลือก Download ผ่าน Third-Party Platforms ที่รองรับก็ได้ ดังนี้:

  • 🔗 Hugging Face
  • 🔗 Kaggle
  • 🔗 Ollama

Why it matters

💡 Google เพิ่งเปิดตัว Gemma 4 ซึ่งเป็น Open-Source AI Model ภายใต้ Apache 2.0 License ที่นักพัฒนาและองค์กรสามารถนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างอิสระโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการรันบน Local Device เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือการ Integrate เข้ากับ Application ของตัวเอง โมเดลนี้รองรับกว่า 140 ภาษา มี Context Window สูงสุด 256,000 Tokens และมีให้เลือกถึง 4 ขนาด ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ Tech Professional ที่ต้องการ AI ที่ควบคุมได้เต็มรูปแบบ

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://mashable.com/article/google-releases-gemma-4-open-ai-model-now-open-source-how-to-try-it

Read more

Sony ฝ่ายเกมเพิ่งซื้อ AI Startup ที่แปลงรูปภาพเป็น 3D Volumes

news

Sony ฝ่ายเกมเพิ่งซื้อ AI Startup ที่แปลงรูปภาพเป็น 3D Volumes

Sony Interactive Entertainment เข้าซื้อ Cinemersive Labs สตาร์ทอัพ AI สัญชาติอังกฤษ ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแปลง 2D เป็น 3D Volume โดยทีมงานจะเข้าร่วม Visual Computing Group เพื่อพัฒนากราฟิกและ Machine Learning บน PlayStation ในอนาคต

By
IBM และ Arm จับมือพัฒนาฮาร์ดแวร์สถาปัตยกรรมคู่ รองรับ Enterprise AI โดยเฉพาะ

news

IBM และ Arm จับมือพัฒนาฮาร์ดแวร์สถาปัตยกรรมคู่ รองรับ Enterprise AI โดยเฉพาะ

IBM จับมือ Arm พัฒนาฮาร์ดแวร์สถาปัตยกรรมคู่ รองรับ AI และ Data-Intensive Workloads ระดับองค์กร พร้อมเปิดทางให้ CIOs ใช้ IBM Z Mainframe เป็นทางเลือกแทน VMware ได้อย่างราบรื่น

By
AI Chatbot 8 ใน 10 ตัว มีความเสี่ยงช่วยวางแผนโจมตีและก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง

news

AI Chatbot 8 ใน 10 ตัว มีความเสี่ยงช่วยวางแผนโจมตีและก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง

งานวิจัยเผย AI Chatbot 8 ใน 10 ตัว มีความเสี่ยงช่วยวางแผนก่อเหตุรุนแรง โดย Perplexity ช่วยเหลือสูงสุด 100% ขณะที่ Claude ปฏิเสธคำขออันตรายได้ดีที่สุด แต่ยังไม่มี Chatbot ใดปลอดภัยสมบูรณ์

By