Fujitsu และบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่นจับมือ Nvidia พัฒนา 'Physical AI' รับมือวิกฤตแรงงาน

Fujitsu จับมือ Nvidia พร้อมผู้ผลิตหุ่นยนต์ชั้นนำอย่าง Fanuc, Yaskawa และ Kawasaki พัฒนา Physical AI เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่น โดย Phase แรกจะเริ่มต้นปลายปีนี้

Fujitsu และบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่นจับมือ Nvidia พัฒนา 'Physical AI' รับมือวิกฤตแรงงาน

Key takeaway

  • Fujitsu จับมือ Nvidia พร้อมด้วยบริษัทหุ่นยนต์อุตสาหกรรมชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง Fanuc, Yaskawa และ Kawasaki เพื่อร่วมพัฒนา Physical AI ซึ่งเป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและตัดสินใจได้อย่างอิสระ โดย Phase แรกของโครงการจะเริ่มต้นภายในปลายปีนี้
  • แรงผลักดันหลักของความร่วมมือนี้มาจากวิกฤตประชากรสูงอายุในญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง Physical AI จึงถูกมองว่าเป็นโซลูชันเชิงกลยุทธ์สำหรับทั้งภาคการผลิตและการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียว
  • ญี่ปุ่นเดินหน้ายุทธศาสตร์ไล่ตามสหรัฐฯ และจีนในสงคราม AI อย่างจริงจัง ด้วยแผนลงทุนมูลค่ากว่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2040 ครอบคลุม Physical AI, Semiconductor และ Data Center พร้อมกับที่ Nvidia เองก็เร่งขยายเครือข่ายพันธมิตรในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรม

Fujitsu บริษัทด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Nvidia บริษัทผู้นำด้านชิปและ AI จากสหรัฐฯ เพื่อผลักดันการพัฒนา "Physical AI" โดยผนวกรวมจุดแข็งด้านการผลิตหุ่นยนต์ระดับโลกของญี่ปุ่นเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

Physical AI คืออะไร

"Physical AI" คือเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะยุคใหม่ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ประมวลผล และตัดสินใจได้อย่างอิสระ แตกต่างจากหุ่นยนต์ทั่วไปที่ทำงานตามคำสั่งที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว ด้วยความสามารถดังกล่าว หุ่นยนต์เหล่านี้จึงสามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นในสายการผลิต บ้านพักอาศัย หรือสถานพยาบาล

พิธีประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

ความร่วมมือนี้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมี Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Nvidia Corp. และ Takahito Tokita CEO ของ Fujitsu ร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมกับ CEO จากผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมชั้นนำของญี่ปุ่นอีก 3 ราย ได้แก่ Fanuc Corp., Yaskawa Electric Corp. และ Kawasaki Heavy Industries ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงที่ Nvidia และ Fujitsu เคยประกาศร่วมกันไว้เมื่อปีที่แล้ว

แก้วิกฤตประชากรสูงอายุด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ

ผู้บริหารทุกฝ่ายต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าหุ่นยนต์ Physical AI จะเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญสำหรับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ญี่ปุ่นเผชิญอยู่อย่างเร่งด่วน โดยญี่ปุ่นนับเป็นหนึ่งในสังคมผู้สูงอายุที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก หุ่นยนต์อัจฉริยะเหล่านี้อาจมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียว ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ

Jensen Huang ระบุว่า Physical AI มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับบริบทของญี่ปุ่น เนื่องจากชื่อเสียงอันยาวนานของประเทศในด้านมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระอาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากปราศจากมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ

"ความเป็นเลิศของญี่ปุ่นคือปรัชญาและวิถีชีวิต 'Made in Japan' หมายถึงคุณภาพสูงสุดและความแม่นยำสูงสุด ญี่ปุ่นคือมาตรฐานของ State-of-the-Art ใน Modern Manufacturing"
Jensen Huang, CEO, Nvidia

Huang ยังหยิบยกแนวคิดการผลิตชั้นสูงของญี่ปุ่นอย่าง "Kaizen" หรือ "การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" มาเป็นตัวอย่าง พร้อมชี้ว่าปรัชญาดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา AI เป็นอย่างดี

เริ่ม Phase แรกปลายปีนี้

แม้บริษัทที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำหุ่นยนต์เหล่านี้มาใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม แต่ทุกฝ่ายยืนยันว่า Phase แรกของความร่วมมือจะเริ่มต้นขึ้นภายในปลายปีนี้ ส่วนแผนการจัดตั้ง Joint Venture ร่วมกันนั้น แม้ยังไม่มีข้อสรุป แต่ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่เปิดกว้างสำหรับอนาคต

ญี่ปุ่นเร่งพัฒนา AI ไล่ตามมหาอำนาจโลก

ญี่ปุ่นยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตนเองยังตามหลังบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ในด้านการพัฒนา AI และกำลังเร่งพัฒนาศักยภาพอย่างจริงจัง รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ได้ประกาศแผนระดมเม็ดเงินลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน มูลค่ารวมกว่า 370 ล้านล้านเยน หรือราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีในหลากหลายสาขาภายในปี 2040 ครอบคลุมทั้ง Physical AI, Semiconductor และ Data Center

Nvidia เดินหน้าขยายพันธมิตรในญี่ปุ่น

Nvidia ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน Silicon Valley และดำเนินนโยบายเปิดให้ใช้เทคโนโลยีแบบ Open-Source ยังคงเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งสถาบันการเงินชั้นนำ, Toyota Motor Corp. ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลก, Sega ผู้พัฒนาวิดีโอเกมชื่อดัง และ Riken สถาบันวิจัยแห่งชาติของญี่ปุ่น

Why it matters

💡 ความร่วมมือระหว่าง Fujitsu, Nvidia และยักษ์ใหญ่หุ่นยนต์ญี่ปุ่นอย่าง Fanuc, Yaskawa และ Kawasaki ในการพัฒนา Physical AI ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจทั่วไป แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI ระดับโลก นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีควรติดตามเพื่อทำความเข้าใจว่าการผสานพลังระหว่าง GPU Computing ของ Nvidia กับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตแม่นยำของญี่ปุ่น จะปฏิวัติระบบอัตโนมัติในสายการผลิต การดูแลผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างไรในทศวรรษหน้า

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://apnews.com/article/ai-nvidia-fujitsu-japan-technology-robots-tokyo-86823c1bcc959ad603ecb25d022207b1

Read more

เมื่อฟองสบู่ AI แตก โลกจะเหลืออะไรไว้? Cory Doctorow ชี้มนุษย์จะกลับมาเอางานคืน แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้น Skill ที่หายไป

news

เมื่อฟองสบู่ AI แตก โลกจะเหลืออะไรไว้? Cory Doctorow ชี้มนุษย์จะกลับมาเอางานคืน แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้น Skill ที่หายไป

Cory Doctorow เตือน AI Bubble กำลังจะแตก ผู้บริหารที่รีบแทนพนักงานด้วย AI จะต้องเผชิญความจริงว่าทักษะที่สูญไปนั้นยากจะฟื้นคืน พร้อมแนะรัฐบาลหยุดลงทุน AI และหันมาสร้างบน Open-Source แทน

By
Meta พลาดเป้าผลประกอบการ Q2 หุ้นร่วง 8% แม้ Zuckerberg เดินสายโปรโมต AI เต็มสูบ

news

Meta พลาดเป้าผลประกอบการ Q2 หุ้นร่วง 8% แม้ Zuckerberg เดินสายโปรโมต AI เต็มสูบ

Meta พลาดเป้า EPS ไตรมาส 2 ต่ำกว่า Consensus ที่ $7.14 หุ้นร่วงเกือบ 8% แม้ Zuckerberg โปรโมต AI เต็มสูบ ท่ามกลาง Legal Charges $2.4 พันล้านและคดีความกว่า 3,000 คดีเกี่ยวกับการทำร้ายเด็ก

By
Coursera ทุ่ม $100 ล้าน ลงทุนใน LearnVector สตาร์ทอัพ AI Learning ของ Andrew Ng

news

Coursera ทุ่ม $100 ล้าน ลงทุนใน LearnVector สตาร์ทอัพ AI Learning ของ Andrew Ng

Coursera ทุ่ม $100 ล้านลงทุนใน LearnVector สตาร์ทอัพ AI Learning ของ Andrew Ng ถือหุ้น 1 ใน 3 เตรียมผนึกเทคโนโลยี AI พัฒนาการเรียนรู้แบบ Personalised ตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดแรกต้นปี 2027

By
โมเดล AI ของ OpenAI ที่ทำงานผิดปกติสร้างความเสียหายลุกลามเกินกว่าแพลตฟอร์ม Hugging Face

news

โมเดล AI ของ OpenAI ที่ทำงานผิดปกติสร้างความเสียหายลุกลามเกินกว่าแพลตฟอร์ม Hugging Face

โมเดล AI ที่ทำงานผิดปกติของ OpenAI สร้างความเสียหายลุกลามเกินกว่าแพลตฟอร์ม Hugging Face ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้เร่งพัฒนา AI Governance และมาตรการความปลอดภัยของโมเดลอย่างเร่งด่วน

By