AI Scams ดันยอดรายงานคดีฉ้อโกงในสหราชอาณาจักรทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 444,000 คดี

Cifas เปิดเผยยอดรายงานคดีฉ้อโกงในสหราชอาณาจักรพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 444,000 คดี โดย AI ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการโจมตี Account Takeover และสร้าง Synthetic Identity ในรูปแบบ Fraud-as-a-Service

AI Scams ดันยอดรายงานคดีฉ้อโกงในสหราชอาณาจักรทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 444,000 คดี

Key takeaway

  • ปี 2024 สหราชอาณาจักรบันทึกคดีฉ้อโกงสูงถึง 444,000 คดี เพิ่มขึ้น 6% YoY โดย AI กลายเป็น Force Multiplier ที่ทำให้อาชญากรรมทางการเงินกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับ Industrialised ผ่านโมเดล Fraud-as-a-Service (FaaS) ที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ไม่มีทักษะด้านเทคนิคก็สามารถก่อคดีได้ง่ายขึ้น
  • ภัยคุกคามหลักที่กำลัง Escalate คือ Account Takeover และ Identity Fraud โดยอาชญากรใช้ Synthetic Identity และ AI-Generated Profile ในการสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาว ทำให้การแยกแยะระหว่าง Real User กับ AI-Generated Impostor ยากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง SIM-Swap Fraud ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจากฐานข้อมูลที่ถูกขโมยและหมุนเวียนในโลกออนไลน์
  • Fraud คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของอาชญากรรมทั้งหมดในสหราชอาณาจักร และมีเพียง 36% ของผู้บริโภคที่มั่นใจว่าตนเองสามารถตรวจจับ AI-Enabled Scam ได้ สะท้อนให้เห็นถึง Awareness Gap ที่กว้างขึ้น และตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนของ Cross-Sector Collaboration ในการสร้างระบบตรวจจับภัยคุกคามที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

องค์กรต่อต้านการฉ้อโกงชั้นนำของสหราชอาณาจักร Cifas ออกมาเตือนว่าอาชญากรหันมาใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเจาะเข้าควบคุมบัญชี Mobile, Banking และ Online Shopping ของประชาชน โดยปีที่ผ่านมามียอดรายงาน Scam สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่มีการจัดเก็บข้อมูลใน National Fraud Database

รายงาน Fraudscape ของ Cifas เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมามีคดีฉ้อโกงที่สมาชิกรายงานเข้ามาสูงถึง 444,000 คดี เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมี AI เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้การหลอกลวงกลายเป็นอุตสาหกรรมในระดับ "Industrialised" อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

รายงานยังชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์ของอาชญากรกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญไปสู่การทำ Account Takeover โดยใช้ข้อมูลที่ขโมยมาเพื่อเข้าควบคุมบัญชีและทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง Scam ประเภทนี้ที่พบมากที่สุดในปีที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับบัญชี Mobile, Online Shopping และ Personal Credit Card

Mike Haley CEO ของ Cifas กล่าวว่า ข้อมูลที่รวบรวมได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการฉ้อโกงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการจัดระเบียบมากขึ้น พร้อมสามารถดำเนินการข้ามพรมแดนได้อย่างไร้รอยต่อ โดยอาชญากรหันมาขาย Kit ในรูปแบบ "Fraud-as-a-Service (FaaS)" ที่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นสามารถก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น ขณะที่การสร้าง Fake Profile ก็สามารถทำได้ในระดับ Large-Scale

"การประเมินของเราชี้ให้เห็นว่า Online Fraud จะมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยถูก Supercharge ด้วย AI-Powered Impersonation, Synthetic Media และ Fraud-as-a-Service Tools ที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ Identity Fraud และ Account Takeover ยังคงเป็นภัยคุกคามหลักต่อไป"
Mike Haley, CEO, Cifas

Haley ยังเสริมอีกว่า Synthetic Identity กำลังถูกทำให้เป็นอุตสาหกรรมในวงกว้าง อาชญากรสามารถสร้าง Long-Term Profile ที่มีความน่าเชื่อถือสูงจนเส้นแบ่งระหว่าง Real User และ AI-Generated Impostor เริ่มเลือนหายไป ในขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีประชาชนจำนวนมากขึ้นที่ยอมขายหรือแบ่งปัน Identity Document ของตนเองเนื่องจากแรงกดดันทางการเงิน ซึ่งยิ่งเปิดช่องให้อาชญากรนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ รายงานยังพบการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ SIM-Swap Fraud ซึ่งเป็นกลวิธีที่อาชญากรหลอกให้ผู้ให้บริการ Mobile Phone โอนหมายเลขของเหยื่อไปยัง SIM ที่อยู่ในมือของตน โดยอาศัยฐานข้อมูลส่วนตัวที่ถูกขโมยและหมุนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์จำนวนมหาศาล

สำหรับ Identity Fraud ซึ่งเป็นการขโมยข้อมูลส่วนตัวเพื่อแอบอ้างเป็นเหยื่อในการเปิดบัญชีใหม่หรือทำการซื้อสินค้านั้น ยังคงครองสัดส่วนสูงสุดในบรรดา Scam ทุกประเภทที่รายงานเข้ามายัง Cifas

ด้านคดี Money Muling หรือการที่บุคคลยินยอมให้อาชญากรใช้บัญชีของตนเป็นทางผ่านในการโอนเงิน มียอดรายงานสูงถึง 22,000 คดี โดยกลวิธีที่อาชญากรใช้ล่อลวงมีตั้งแต่ Job Scam ไปจนถึงการจ่ายเงินเกินจำนวนในการซื้อขายสินค้าบน Online Marketplace

"เราคาดการณ์ว่าจะมีการนำ AI มาใช้มากขึ้นเพื่อ Personalise การโจมตีและสร้าง Credible Long-Term Profile สิ่งนี้ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนของ Cross-Sector Collaboration เพื่อให้สามารถตรวจพบ Pattern ที่น่าสงสัยได้เร็วขึ้น"
Stephen Dalton, ผู้อำนวยการด้าน Intelligence, Cifas

ปัจจุบัน Fraud คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของอาชญากรรมทั้งหมดในสหราชอาณาจักร และจากผลสำรวจล่าสุดของ Barclays พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขาดความมั่นใจในการรับมือกับ AI-Enabled Scam โดยมีเพียง 36% เท่านั้นที่ระบุว่าตนเองสามารถตรวจจับการหลอกลวงรูปแบบนี้ได้

Why it matters

💡 ในยุคที่ AI กลายเป็นอาวุธหลักของอาชญากรไซเบอร์ รายงานล่าสุดจาก Cifas เผยตัวเลขน่าตกใจว่าสหราชอาณาจักรพบคดีฉ้อโกงสูงถึง 444,000 คดี เพิ่มขึ้น 6% และสิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือการผงาดขึ้นของ Fraud-as-a-Service และ Synthetic Identity ที่ทำให้อาชญากรรมทางไซเบอร์เข้าถึงง่ายในระดับอุตสาหกรรม ในฐานะ Tech Professional การเข้าใจกลไกเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องระบบและผู้ใช้งานขององค์กรคุณก่อนที่จะสายเกินไป

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.theguardian.com/money/2026/mar/12/ai-scams-uk-fraud-artificial-intelligence-mobile-bank-online-shopping-cifas

Read more

Amazon ขยายการเข้าถึง Health AI สำหรับการดูแลสุขภาพเสมือนจริง

news

Amazon ขยายการเข้าถึง Health AI สำหรับการดูแลสุขภาพเสมือนจริง

Amazon เปิดตัว Health AI สำหรับลูกค้าทั่วไปในสหรัฐฯ ผ่าน Amazon App รองรับการสั่งยา นัดหมายแพทย์ One Medical และตอบคำถามสุขภาพเฉพาะบุคคล พร้อมมาตรฐาน HIPAA-Compliant

By
Google และ OpenAI ส่งพนักงานหนุน Anthropic ในศึกกฎหมายที่อาจกำหนดนิยามใหม่ของการใช้ AI ในกองทัพ

news

Google และ OpenAI ส่งพนักงานหนุน Anthropic ในศึกกฎหมายที่อาจกำหนดนิยามใหม่ของการใช้ AI ในกองทัพ

Anthropic สู้คดี Pentagon หลังถูกติดป้าย supply-chain risk เพราะปฏิเสธให้ใช้ AI เพื่อ mass surveillance และ autonomous weapons พนักงาน Google และ OpenAI กว่า 30 คน ยื่น amicus brief หนุน ขณะที่ OpenAI รีบเซ็นสัญญาแทน

By
Google เพิ่ม Gemini ใน Docs, Sheets, Slides และ Drive ช่วยให้ Workflow ของคุณเป็นอัตโนมัติ

news

Google เพิ่ม Gemini ใน Docs, Sheets, Slides และ Drive ช่วยให้ Workflow ของคุณเป็นอัตโนมัติ

Google ประกาศเพิ่ม Gemini AI ใน Docs, Sheets, Slides และ Drive อย่างเป็นทางการ ช่วย Generate Draft, วิเคราะห์ข้อมูล และค้นหาไฟล์อัจฉริยะ พร้อม Automate Workflow ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

By
AI ช่วยแฮกเกอร์เจาะตัวตนบัญชี Social Media ที่ปกปิดชื่อจริง

news

AI ช่วยแฮกเกอร์เจาะตัวตนบัญชี Social Media ที่ปกปิดชื่อจริง

การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่า AI ทำให้แฮกเกอร์สามารถระบุตัวตนเจ้าของบัญชี social media ที่ปกปิดชื่อจริงได้ง่ายขึ้น โดยใช้ Large Language Models เชื่อมโยงข้อมูลจากหลาย platform

By